นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการพิจารณากัญชาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ กล่าวว่า เรื่องที่ต้องแจ้งต่อนายกรัฐมนตรีอย่างเร่งด่วน คือการที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับเรื่องจากบริษัทต่างชาติที่เข้ามาขอยื่นจดสิทธิบัตรสารจากกัญชา ทั้งๆที่ทำไม่ได้ เพราะสารที่บริษัทต่างชาติมายื่นขอจดนั้น เป็นสาร ในธรรมชาติของกัญชา ตามกฎหมายสิทธิบัตรไม่ได้ให้จดสิทธิบัตร จะจดได้เมื่อเป็นสารสังเคราะห์ ซึ่งถือว่าผิดพลาดมาก โดยกรมทรัพย์สินฯได้ดำเนินการ ตามขั้นตอนประกาศในเว็บไซต์เพื่อให้มีคนมาคัดค้านระยะเวลา 90 วัน ปรากฏว่าผ่านพ้นไปแล้วแต่ยังเหลือขั้นตอนคัดค้านได้อีก แบบนี้จะกระทบมาก เพราะเมื่อกฎหมายปลดล็อกก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ติดคำร้องยื่นสิทธิบัตรทันที แม้เขาจะยังไม่ได้เลขทะเบียนสิทธิบัตรก็ตาม แต่คำร้องนั้นประกาศโฆษณาไปแล้ว และไม่มีใครคัดค้าน เพราะไม่มีใครรู้เรื่อง แม้ตอนนี้จะทักท้วงก็ไม่แก้ไขอีก แบบนี้ได้รับการคุ้มครองอัตโนมัติ ซึ่งหากกรมทรัพย์สินทางปัญญายังไม่ดำเนินการใดๆ จะยิ่งแย่
ล่าสุด นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขอชี้แจงว่า การยื่นคำขอรับสิทธิบัตรเป็นสิทธิที่ ผู้ประดิษฐ์จะพึงดำเนินการได้ตามกฎหมายสิทธิบัตร หากคำขอสิทธิบัตรมีเอกสารครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่ก็จะต้องรับคำขอไว้ส่งให้ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรพิจารณาต่อไป ไม่สามารถปฏิเสธการรับคำขอไปตั้งแต่ต้น แต่ไม่ได้หมายความว่าคำขอที่ได้รับไว้นั้นจะได้รับการจดสิทธิบัตร เนื่องจากคำขอดังกล่าวจะต้องถูกพิจารณาตามเงื่อนไขและขั้นตอนของกฎหมายสิทธิบัตรก่อนว่า สามารถจะรับจดทะเบียนได้หรือไม่ และคำขอรับสิทธิบัตรจะยังไม่ได้รับความคุ้มครองจนกว่าจะได้รับการจดทะเบียน
เรื่องนี้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศต่างๆ โดยที่สารสกัดจากกัญชาตามธรรมชาติเป็นสารสกัดจากพืช เป็นสิ่งที่กฎหมายสิทธิบัตรของไทยไม่ให้ความคุ้มครองอยู่แล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับสิทธิบัตร ดังนั้น ข้อกังวลที่ว่าบริษัทต่างชาติจะได้รับสิทธิบัตรในสารสกัดกัญชาธรรมชาติจึงไม่อาจเกิดขึ้นได้
สำหรับข้อกังวลที่ว่า การปลดล็อกกฎหมายเพื่อให้มีการวิจัยและพัฒนาการใช้กัญชา ทางการแพทย์ของไทยจะไม่มีประโยชน์เนื่องจากมีบริษัทต่างชาติได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรสารสกัดกัญชาตามธรรมชาติแล้วนั้น กรมทรัพย์สินทางปัญญา เน้นย้ำว่า สารสกัดจากกัญชาซึ่งเป็นสารสกัดจากพืช จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตรไทย นั่นหมายถึง จะไม่มีผู้หนึ่งผู้ใด เป็นเจ้าของสิทธิในสารสกัดจากกัญชาตามธรรมชาติ ตามกฎหมายสิทธิบัตร ทุกคนในประเทศไทยมีสิทธิที่จะวิจัยและนำมาใช้ประโยชน์ได้
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า การพิจารณาคำขอที่เกี่ยวกับ สารสกัดกัญชาตามธรรมชาติดังกล่าว กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะดำเนินการตามกฎหมายสิทธิบัตรด้วยความรอบคอบรัดกุมและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และยินดีเปิดรับข้อมูลและหลักฐาน ทางวิชาการจากทุกภาคส่วนเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อให้ระบบสิทธิบัตรของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และจะเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
ขณะที่ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว. สาธารณสุข กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของการปลดล็อกการใช้กฎหมายนั้น ไม่อยากให้ใช้คำว่าปลดล็อก เพราะไม่ได้เปิดทุกอย่าง แต่เป็นการคลายล็อก ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังมีระบบตรวจสอบคุมเข้มอยู่เหมือนเดิม
อ่านเพิ่มเติม : ถอดรหัสร่างกฎหมายเปิดช่องปลูก“กัญชา”รักษาโรค
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้