ตร.ไม่ทิ้งปมของกิน ส่งตรวจชาเขียว เหตุครอบครัวหมดสติในรถ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ยังสรุปสาเหตุไม่ได้ กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งระหว่างขับรถบนทางด่วนบูรพาวิถี คือ ทั้ง พ่อ ลูก และแม่เลี้ยง ต่างมีอาการตัวสั่นเกร็ง หมดสติภายในรถ โดยไม่ทราบสาเหตุ จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล ล่าสุดทราบว่า ทั้ง 3 คนปลอดภัยแล้ว และได้เดินทางให้ปากคำกับตำรวจ ที่ สภ.บางปะกง

วันนี้ (12 พ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปภาพเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ระหว่างเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือครอบครัวนายธนัยนันท์ เชื้อถิระพงษ์ หลังทุกคนมีอาการตัวสั่นเกร็ง น้ำลายฟูมปาก ภายในรถโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล ล่าสุดนายธนัยนันท์ เชื้อถิระพงษ์ กับลูกสาววัย 7 ขวบ ปลอดภัยแล้ว ส่วนหญิงสาววัย 26 ปี ที่อยู่ในรถด้วย ทราบว่าเป็นภรรยาคนใหม่หรือแม่เลี้ยงเด็ก อาการยังไม่ดีขึ้น จึงต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาลต่อ จากนั้นนายธนัยนันท์ พร้อมด้วยภรรยาเก่าที่เป็นเจ้าของรถเกิดเหตุ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำตำรวจ สภ.บางปะกง เพิ่มเติม เบื้องต้นภรรยาเก่าแจ้งว่าจะขอรับรถคันดังกล่าวกลับบ้านทันที แต่ตำรวจได้เจรจาขอเก็บรถไว้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมขนส่งเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมก่อน

โดยส่วนความเคลื่อนไหวที่ สภ.บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าของคดี ได้นำผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ เข้าตรวจสอบ ภายนอกของรถเก๋งสีขาว เพื่อหาร่องรอยการรั่วไหลของสารเคมี  พ.ต.อ. ประเสริฐ โตศักดิ์สิทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางปะกง ระบุว่า รถคันนี้จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2556 เป็นเครื่องน้ำมันเบนซิน และไม่พบร่องรอยการรั่วไหลของสารเคมี บริเวณท่อไอเสีย

นอกจากนี้ ตำรวจให้ข้อมูลหลังสอบปากคำนายธนัยนันท์แล้วเสร็จว่า ผลตรวจทางการแพทย์ พบสารคาร์บอนไดออกไซด์กับคาร์บอนมอนอกไซด์ ในเลือดของทั้งสามคน ซึ่ง นายธนัยนันท์ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า เริ่มได้กลิ่นไหม้จากรถคันนี้มาสักระยะแล้ว แต่ไม่เคยเกิดเหตุรุนแรง ส่วนประเด็นที่สงสัยว่า อาจเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่ม กาแฟ และชาเขียว ที่อยู่ภายในรถ เบื้องต้น ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลการตรวจเครื่องดื่มทั้ง 2 ชนิดก่อน ว่ามีสารปนเปื้อนผิดแปลกในเครื่องดื่มหรือไม่ ในทางคดีตำรวจยังคงไม่ตัดประเด็นใด ๆ ทิ้ง และเชื่อว่าครอบครัวนี้อาจได้รับสารพิษจากรถยนต์เข้าสู่ร่างกาย

ขณะที่วันนี้ รายการ เป็นเรื่องเป็นข่าว ได้สนทนาประเด็นนี้  รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่า จากคำบอกเล่าของกู้ภัยที่เข้าไปช่วยและได้กลิ่นท่อไอเสีย สมมติฐานหนึ่งที่เป็นไปได้ คือ มีควันท่อไอเสียภายในรถยนต์ และหลังจากที่เปิดประตูออกมาได้ ทุกคนก็ฟื้นตัวจากอาการที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นไปได้ว่ามาจากการได้รับออกซิเจนเพียงพอ จึงเชื่อว่าไม่ใช่การวางยา

ด้านนายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ บรรณาธิการนิตยสาร Auto Car Thailand ระบุว่า ในขณะรถวิ่งต่อให้มีการรั่วของไอเสียเข้าไปภายในห้องเครื่องยนต์ ก็มีโอกาสน้อยมากที่จะส่งผลเช่นนี้ เพราะก๊าซจากท่อไอเสียจากปะทะลมจนเจือจาง และจากข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์มากเกินไปก็จะซึม หลับ และเสียชีวิตอย่างสงบ ไม่ได้ทุรนทุราย ชักเกร็ง ทวารเปิด แบบที่เป็นข่าวนี้

นายพัฒนเดช  กล่าวคต่อว่า การพิจารณากรณีนี้ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางการแพทย์ประกอบ ก่อนจะตัดสินใจว่า อาการทั้งหมดเกิดขึ้นจากอะไร

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ