วันนี้ (13 พ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครื่องตรวจจับก๊าซบริเวณมุมขวาท้ายกระโปรงรถเก๋งสีขาว ส่งเสียงแจ้งเตือนว่า มีก๊าซผุดขึ้นมาจากบริเวณดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก ตรวจดูพบว่า เป็นควันจากท่อไอเสียที่ไม่สามารถระบายออกไปได้เพราะมีกันชนท้ายรถปิดอยู่ ทำให้ควันตีกลับเข้ากระโปรงรถ และวนผ่านรูน๊อตรถยนต์ ซึมเข้าสู่ห้องผู้โดยสาร จึงสรุปสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวนายธนัยนันท์ เชื้อถิระพงษ์ มีอาการตัวสั่นเกร็ง น้ำลายฟูมปาก หมดสติ เป็นเพราะการแต่งกันชนเสมอท่อไอเสียรถยนต์ จนไม่สามาถระบายควันรถได้ ส่วนผลการใช้เครื่องมือวัดตรวจจับก๊าซภายในรถขณะติดเครื่องยนต์ พบว่า มีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ 0.02 เปอร์เซ็นต์ ก๊าซไฮโดรคาร์บอน 69 ppm. และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 15.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าทั้งหมดเป็นตัวเลขที่ไม่สูงเกินมาตรฐาน และไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่อาการของครอบครัว นายธนัยนันท์ เกิดจากขับรถนานจนเกิดการสะสมก๊าซปริมาณมาก
โดยผลการตรวจสอบ สอดคล้องกับการให้ปากคำของนายธนัยนันท์ กับเมื่อวานนี้ (12 ต.ค.61) ที่ยอมรับว่า มีการแต่งรถจริง แต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีสาเหตุจากเรื่องดังกล่าว ขณะที่แนวทางดำเนินคดี หลังจากนี้ ต้องรอผลการตรวจเครื่องดื่มกาแฟ และชาเขียว ทั้ง 2 แก้ว จากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ก่อน คาดว่าจะรู้ผลสัปดาห์นี้ หากไม่พบสารเจือปน ตำรวจจะสรุปว่าเกิดจากการแต่งกันชนท้ายในระดับเสมอท่อไอเสีย ซึ่งถือว่าเป็นอุบัติเหตุ สำหรับอาการภรรยาของนายธนัยนันท์ แพทย์ยังคงให้รักษาตัวด้วยการรับก๊าซออกซิเจนต่ออีก 1 วัน เนื่องจาก นิ้วนาง และนิ้วก้อยข้างขวายังมีอาการเกร็งอยู่