เวทีเสวนาวิชาการอนาคตประเทศไทย ที่จัดโดยนิสิตโครงการหลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ ภาคพิเศษ เชิญแกนนำ 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรครวมพลังประชาชาติไทย และพรรคประชาชนปฏิรูป ร่วมแสดงวิสัยทัศน์
โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ข้อพิสูจน์แล้วว่า การเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จะไม่ตอบสนองด้านเศรษฐกิจ และ การเมืองที่มาจากการเลือกตั้งหากมีการทุจริตคอรัปชั่น จะสร้างความขัดแย้ง นำสู่ความรุนแรง และสูญเสียประชาธิปไตย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เป็นทำให้เห็นแล้วว่ามีความเป็นประชาธิปไตย จากการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค การแก้ไขปัญหาต้องยึดปัญหาของประชาชนเป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะโครงสร้างเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำสูง
ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า การแก้ปัญหาปากท้องประชาชน จะต้องปรับปรุงโครงสร้างทางสังคม โดยเฉพาะกลุ่มทุนผูกขาด ซึ่งนายธนาธรอ้างว่า ส่วนใหญ่สนับสนุนการรัฐประหารและกองทัพมาตลอด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลของกองทัพกับโครงการประชารัฐ เป็นกลุ่มเดียวกัน
ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ระบุว่า สิ่งที่จะหยุดวงจรรัฐประหารในประเทศไทยคือ พรรคการเมืองต้องปฏิรูปและปรับปรุงตัวเอง ไม่ให้เกิดการทุจริต การใช้อำนาจจากภาครัฐ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม จึงจะสามารถกู้ความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยคืนมาได้
ส่วนความเห็นของพรรคอื่นๆ อาทินายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ย้ำว่า พรรคมุ่งเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนประเทศทั้งปัจจุบันและอนาคต
ด้านนายจักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย เน้นชู นโยบายว่า เป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง สมาชิกเป็นเจ้าของพรรคร่วมปฏิรูปตัวเองก่อนปฏิรูปสังคม ขณะที่นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกพรรคภูมิใจไทย มองว่าทุกพรรคการเมืองควรรับฟังความเห็นประชาชนทุกรุ่นทุกระดับ เพื่อนำมากำหนดแนวทางแกปัญหาในนโยบายพรรค ให้ประชาชนตัดสินใจเลือก