วันนี้ (16 พ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำเสียที่ถูกปล่อยออกมา อยู่นอกอำนาจของอุตสาหกรรมจังหวัด ดังนั้นชาวบ้านต้องไปแจ้งความกับตำรวจ เพราะอุตสาหกรรมจังหวัด สั่งปิดโรงงานไปแล้ว เป็นคำชี้แจง ที่ทำให้ชาว ตำบลมะขามคู่ อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ไม่พอใจ เพราะผลการตรวจสอบเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า น้ำเสีย มีที่มาจากโรงงานปุ๋ยในพื้นที่
โดยน้ำสีแดงเข้มถูกปล่อยจากโรงงานผลิตปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต แห่งหนึ่งใน ตำบลมะขามคู่ ลงสู่ลำรางสาธารณะและพื้นที่ผลิตน้ำประปาหมู่บ้านมานานกว่า 1 เดือน หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและสั่งให้โรงงานปิดปรับปรุง เพื่อนำน้ำเสียออกไปกำจัดอย่างถูกวิธี โดยที่ผ่านมาโรงงานแห่งนี้ใช้วิธีดูดน้ำเสียที่ปล่อยลงสู่ลำราง กลับมากักเก็บไว้ภายในบ่อของโรงงาน โดยใช้คันดินซึ่งเป็นดินทรายมาเป็นแนวกั้น แต่ตลอดช่วงที่ผ่านมาน้ำในบ่อยังคงรั่วซึม ทำให้ชาวบ้านรู้สึกกังวลว่าน้ำปะปาที่ใช้อาจจะไม่ปลอดภัย จึงได้รวมตัวกันเพื่อขอคำชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าผลการตรวจสอบน้ำในบ่อมีค่า ‘ไนโตรเจน’ ซึ่งเป็นส่วนผสมของปุ๋ย ที่เกินมาตรฐาน และพบ แมงกานีส ซึ่งเป็นโลหะหนักปะปนอยู่ด้วย
ทั้งนี้เมื่อยังไม่มีบทสรุปว่า จะจัดการน้ำเสียที่ถูกปล่อยออกมาอย่างไร ทำให้บรรยากาศการชี้แจ้งค่อนข้างตึงเครียด โดยหัวหน้าฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรม จังหวัดระยอง ระบุว่า ได้ดำเนินการตามอำนาจหน่้าที่ คือดำเนินคดีกับโรงงานในข้อหาปล่อยน้ำเสีย และสั่งปิดปรับปรุงแล้ว และจะเร่งติดต่อกับเจ้าของโรงงานเพื่อให้เสนอแผนบำบัดภายใน 7 วัน ส่วนน้ำเสียที่อยู่นอกโรงงานถือว่าเกินกว่าอำนาจจัดการของอุตสาหกรรมจังหวัด
ด้านนายพิมล สิทธิเวช ชาวบ้านตำบลมะขามคู่ ระบุว่า การชี้แจงครั้งนี้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการแก้ไขปัญหาค่อนข้างล่าช้า จึงอยากให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้ามาช่วยดำเนินการช่วยเหลือ และให้นำน้ำออกจากบ่อของโรงงานก่อน เพราะไม่เช่นนั้นน้ำเสียก็จะยังคงไหลลงสู่แหล่งน้ำเหมือนเดิม รวมถึงชาวบ้านอีกหลายคนระบุว่าอยากให้โรงงานปิดไปอย่างถาวร เนื่องจากได้รับผลกระทบมานานกว่า 3 ปี และน้ำปะปาที่ใช้หลายรายก็เกิดอาการคัน มาตั้งแต่โรงงานเริ่มปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำ