สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประชาชนหลายแสนคนยังคงปักหลักชุมนุมทั่วประท้วง ตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศฝรั่งเศส โดยบางจุดการชุมนุมเป็นไปอย่างสันติ แต่ก็มีอีกหลายพื้นที่ที่เกิดการปะทะกันกับตำรวจปราบลจาจล ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 400 คน
นอกจากนี้ตำรวจยังควบคุมตัวกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งเรียกตัวเองว่า กลุ่มคนเสื้อกั๊กเหลืองกว่า 300 คนไปสอบปากคำ ก่อนจะปล่อยตัวออกมา ยกเว้นอีก 157 คนที่ถูกคุมขังไว้ เพราะมีส่วนกับการก่อความรุนแรง
การประท้วงครั้งนี้ ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักที่คนส่วนใหญ่ใช้ดันมีราคาสูงขึ้น ทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มลดลงแล้วก็ตาม ส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐบาลเดก็บภาษีไฮโดรคาร์บอนหรือมลพิษ 7.6 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำไปใช้ในการรณรงค์ให้คนหันมาใช้พลังงานสะอาด
ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุม ยังไม่ต้องการขับไล่นายเอมมานูเอล มาครง ออกมาจากตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ต้องการให้เขาหันมาใส่ใจกับปัญหานี้ และลดราคาน้ำมันโดยเร็ว แทนที่จะทำตัวเหนือปัญหาแบบนี้