รายการเป็นเรื่องเป็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์ PPTV ได้จัดรายการในตอน “รถร่วมขู่หยุดวิ่ง! ขอขึ้นค่าโดยสาร” โดยมีผู้ร่วมรายการประกอบด้วยนางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำ นายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน นายวีระพงษ์ วงแหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
นางภัทรวดีกล่าวว่าขณะนี้สุดแล้วจริงๆ ที่ผ่านมารัฐควรปล่อยให้ขึ้นตามกลไกตลาด แต่กลับอั้นไว้ เราไม่ได้เพิ่งเรียกร้อง เราเรียกร้องมาตลอด เมื่อ 10 ก.พ. 2558 ราคาเอ็นจีวีปรับขึ้น 10 บาทกว่า ตอนนั้นก็ให้ขึ้นหนึ่งบาท แต่ตัวผันแปรขอศึกษาก่อนเราก็เชื่อ แต่จนวันนี้ยังศึกษาไม่เสร็จ การขึ้นราคาครั้งนี้เราคาดว่าจะมีสภาพคล่องและปรับปรุงสภาพที่เป็นอยู่ปัจจุบันได้
ขณะที่นายวิทยา กล่วว่า ที่ผ่านมาเราขอปรับแต่รัฐก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ก็กดดันเรามาตลอด วันนี้ผู้ประกอบการทนไม่ได้แล้ว ล้มไปก็มี เราจะปล่อยอย่างนี้หรือ รายเล็กอยู่ได้ เพราะบริหารระบบครอบครัว ใครวิ่งมากก็ขาดทุนมากผู้โดยสารก็น้อยลงเพราะเดี๋ยวนี้รถมีหลายประเภท มีรถผิดกฎหมายรถที่ไม่มีวินัย เราเสนอให้ปฏิรูปเส้นทาง แต่ก็ปฏิรูปที่ถูกกฎหมาย แต่ที่ผิดกฎหมายก็ยังวิ่ง
ด้านนายวีระพงษ์กล่าวว่า การลงทุนต้องมีผลกำไร แต่ที่ผ่านมาเราคัดค้านว่า ขสมก. อย่าแปรรูป อย่าให้เอกชนเข้ามา อย่าผูกขาด หากเอกชนเข้ามาต้องคิดให้ดี แต่พอมาแล้วเอกชนก็ต้องการกำไร เราควรผูกขาดกิจการโครงสร้างพื้นฐาน แต่พอเข้ามาอยู่ไม่ได้รัฐจะดูแลอย่างไร เพราะเอกชนบอกอยู่ไม่ได้
นางภัทรวดี กล่าวต่อว่า ขสมก. พูดถูกว่าไม่น่ารับรถร่วมฯ แต่ถ้าไม่รับป่านนี้ ขสมก. ขาดทุนแล้ว 200,000 ล้าน เราก็ช่วยภาครัฐอยู่ หากอยากให้บริการดี คุณภาพดี ต้องให้ค่าโดยสารที่เขาอยู่ได้ เรายืนยันว่าเราจะเปลี่ยนรถใหม่ให้ แต่ต้องให้ค่าโดยสารอยู่ที่ 20 บาท
นายวิทยากล่าวว่า ตอนนี้มีมอเตอร์ไซค์เป็นแสนคัน แท็กซี่ก็เป็นแสนคัน รถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นทุกวัน จนถามว่ารถไฟฟ้าที่เราลงทุนเราเคยดูไหมว่ารถส่วนบุคคลลดลงไหม เราลงทุนเราได้อะไรบ้าง รถไฟฟ้าถูกกว่ารถเมล์ไหม แต่ทำไมคนขึ้น ทำไมประชาชนแบกรับได้
นางภัทรวดีกล่าวว่า ยอมรับว่าคุณภาพและบริการไม่ดี แต่มันมาจากปัจจัยอะไร วันนี้เราร่วมมือกัน 40 บริษัท มาตรฐานเป็นหนึ่งเดียว สามารถต่อตั๋วได้ หากผู้โดยสารซื้อ 40 บาท ขึ้นได้ทั้งวัน แล้วหากสนับสนุนให้มีบัสเลนทำให้เร็วขึ้นประชาชนจะกลับมาใช้รถเมล์หรือไม่ เราขอเพียงความชัดเจนว่าค่าโดยสารเราอยู่ที่เท่าไหร่ วันนี้ไม่เคยให้เขาคุ้มทุน แต่ให้เขาเป็นจำเลยสังคม
เมื่อถามว่ามีคนบอกว่าถ้าไม่คุ้มก็เลิกเลย นางภัทรวดีกล่าวว่า “ยินดีเลิก แต่ช่วยมาใช้หนี้ที่มีปัญหาเรื้อรังอยู่ได้ไหม เราเลิกเราก็ต้องจ่ายค่าเช่าอู่“ แต่ถ้าทำตามแผน เราจะซื้อรถเอง ควบคุมเอง แค่ให้ค่าโดยสารที่เราเรียกร้อง เราอยากให้ประชาชนเข้าใจ หากเอกชนเข้ามาต้องมีกำไร แต่เมื่อไม่ให้ค่าโดยสารคุ้มต้นทุนก็ต้องเป็นสภาพนี้
วิทยา กล่าวว่าเลิกได้ แต่พนักงานของเราจะต้องตกงาน ผู้ประกอบการจะถูกฟ้องล้มละลายทั้งหมด ทุกวันนี้เราแทบไม่มีกำไร มีได้กำไรเฉพาะบางสาย ส่วนรายใหญ่ๆเป็นพันคันล้มละลายไปแล้ว