กระทรวงมหาดไทยของเม็กซิโก ออกแถลงการณ์ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์บริเวณพรมแดนระหว่างเมืองตีฮัวนา ทางตอนเหนือของประเทศ กับเมืองซานดีเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯได้แล้ว หลังจากเมื่อวานนี้ มีกลุ่มผู้อพยพเกือบ 500 คน ออกมาชุมนุมประท้วง ก่อความวุ่นวาย และพยายามปีนรั้วและลวดหนาม เพื่อลักลอบข้ามพรมแดนเข้าไปในสหรัฐฯ เบื้องต้น ทางการเม็กซิโกกำลังพิจารณาเนรเทศคนกลุ่มนี้กลับภูมิลำเนาเดิมตามสัญชาติของแต่ละคน เนื่องจากถือว่าฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่ และกระทำการอุกอาจซึ่งอาจนำไปสู่เหตุปะทะรุนแรงได้
ทางฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงออกลาดตระเวนคุมเข้มความปลอดภัยอย่างแน่นหนา มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้อพยพ ซึ่งบางส่วนเป็นเด็กและผู้หญิง ขณะที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ประกาศปิดจุดผ่านแดนในบริเวณนี้อย่างไม่มีกำหนด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากที่รัฐบาลชุดใหม่ของเม็กซิโก ออกมายืนยันว่า ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯได้ว่าจะทำอย่างไรกับคาราวานผู้อพยพ ที่ปักหลักอยู่ในพื้นที่ ระหว่างที่รอทางการสหรัฐฯพิจารณาคำร้องขอลี้ภัย ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตลอดว่า ผู้ที่จะข้ามแดนไปได้ คือ ผู้ที่ขอเข้าประเทศผ่านช่องทางถูกกฎหมายเท่านั้น ซึ่งหากทางเม็กซิโกควบคุมสถานการณ์ตามแนวชายแดนไม่ได้ สหรัฐฯก็พร้อมจะใช้มาตรการทางทหารทันที