ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ วอชิงตัน โพสต์ ว่าตนกำลังรอรายงานสรุปเหตุการณ์ฉบับเต็มจากทีมที่ปรึกษาของทำเนียบขาว กรณีเหตุเผชิญหน้ากันระหว่างเรือลาดตระเวนรัสเซียและเรือ 3 ลำของกองทัพยูเครน บริเวณช่องแคบในคาบสมุทไครเมีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเผยว่า ตนเองอาจจะพิจารณายกเลิกหมายกำหนดการพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่ประเทศอาร์เจนตินา ในสัปดาห์นี้ไปก่อน เพราะไม่ชอบการกระทำที่ก้าวร้าวของรัฐบาลมอสโก
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก็รับลูกด้วยการประกาศจุดยืน พร้อมช่วยเหลือยูเครนในทุกๆด้าน ซึ่งรวมถึงด้านการทหาร พร้อมเรียกร้องกลุ่มพันธมิตรในยุโรปให้ยกระดับการบังคับใช้มาตราการลงโทษรัสเซียให้มีความเข้มข้นมากขึ้น รวมถึงทบทวนการซื้อแก๊สจากรัสเซียด้วย
ฝั่งรัฐบาลยูเครน ซึ่งตัดสินใจประกาศใช้กฎอัยการศึกตามแนวชายแดนเป็นเวลา 30 วัน เมื่อวานนี้ก็มีความเคลื่อนไหวจากประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสนุกหรือเป็นแค่เกม สถานการณ์ขณะนี้มีแนวโน้มจะบานปลายกลายเป็นสงครามอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากมีการตรวจพบว่า รัสเซียได้เพิ่มกำลังพลที่ประจำการบริเวณพรมแดนด้านที่ติดกับภาคตะวันออกของยูเครน มีการเคลื่อนย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์เข้ามาในพื้นที่มากจนผิดสังเกต โดยเฉพาะจำนวนรถถังที่เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ มีรายงานว่าผู้พิพากษาศาลในแคว้นไครเมีย ได้เปิดการพิจารณาคดีทหารยูเครน 24 นาย ที่ถูกจับกุมตัวพร้อมกับเรือรบ 3 ลำ โดยศาลตัดสินให้ทหาร 12 นาย มีความผิดฐานรุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำรัสเซียโดยไม่ได้รับอนุญาต และโดนลงโทษจำคุก 1 เดือน กับอีก 28 วัน ส่วนทหารที่เหลืออีก 12 นาย จะถูกนำตัวขึ้นศาลอีกครั้งในวันนี้