โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือ โรคชิคุนกุนยา เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาที่มียุงลายสวน และยุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค พบได้ทุกกลุ่มอายุ จะมีอาการคล้ายไข้เลือดออก แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจนถึงมีการช็อก
โดยลักษณะอาการคือ มีไข้สูงอย่างฉับพลัน ออกผื่นและมีอาการปวดข้อ ข้อบวมแดง เริ่มจากบริเวณข้อมือ ข้อเท้า และข้อต่อแขนขา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก หรือมีเลือดออกตามผิวหนัง อาจมีอาการคันร่วมด้วย เป็นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
ในส่วนของการรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการ ยังไม่มียารักษาเฉพาะ โดยอาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา หากประชาชน มีอาการดังกล่าวควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว
โดยเกือบ 15% ของรายที่ติดเชื้อ อาจกลายเป็นเป็นอาการเรื้อรังและเกิดขึ้นเป็นปี ๆ ด้วยเหตุนี้ทำให้ในบางครั้งโรคชิคุนกุนยาถูกวินิจฉัยผิดเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ไม่บ่อยนักที่การติดเชื้อของโรคชิคุนกุนยาสามารถทำให้เกิดปัญหาที่รุนแรงบนผิวหนัง ดวงตา ไต หัวใจ หรือระบบประสาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากรักษาอาการหายแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำด้วยการยึดหลัก “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ
1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง
2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่
ทั้งนี้จะสามารถป้องกันได้ 3 โรคในคราวเดียวกัน คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3.ไข้ปวดข้อยุงลาย
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค เผยว่า สถานการณ์โรค ไข้ปวดข้อยุงลายทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 10 พ.ย. 2561 พบผู้ป่วยทั้งหมด 642 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 638 ราย ส่วนจังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับ คือ นราธิวาส 218 ราย สตูล 213 ราย สงขลา 157 ราย ตรัง 21 ราย และ ภูเก็ต 11 ราย
ขอขอบคุณ ข้อมูลดีดี จาก โรงพยาบาลเปาโล เมมโมเรียล โรงพยาบาลในเครือ BDMS โรงพยาบาลชั้นนำในประเทศ ... “เรื่องสุขภาพ เราเชี่ยวชาญ”..
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้