เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้กระทรวงกลาโหมหรือเพนตากอนดำเนินการถอนทหารสหรัฐฯที่มีทั้งหมดประมาณ 2,000 นาย ออกจากซีเรียในทันทีนอกจากนี้ ทรัมป์ ยังได้ประกาศชัยชนะเหนือกลุ่มไอเอส โดยทรัมป์ ระบุว่าการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าวคือเหตุผลเดียวที่ ทำให้ตัวเขายังคงกำลังทหารสหรัฐฯ ไว้ในซีเรีย ซึ่งตอนนี้กลุ่มไอเอสได้ถูกกำจัดไปจนเหลือจำนวนเพียงเล็กน้อย
ขณะที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่ากำลังทหารสหรัฐฯที่ประจำอยู่ในซีเรียอยู่ในระหว่างเดินทางกลับสู่สหรัฐฯ แม้การถอนทหารออกจากซีเรียเป็นสิ่งที่ทรัมป์พูดมาตลอด แต่การตัดสินใจดังกล่าวเมื่อวานนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศครั้งสำคัญ และ สร้างความประหลาดใจให้กับชาติพันธมิตร รวมทั้งสมาชิกรัฐสภาบางส่วนที่วิตกว่าการถอนทหารออกไป อาจทำให้ กลุ่มไอเอสกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง เหมือนกับในสมัยประธานาธิบดี บารัค โอบามา ที่สั่งถอนทหารจากซีเรียในปี 2011 ซึ่งเปิดโอกาสให้กลุ่มไอเอสเคลื่อนไหวได้มากขึ้น
ขณะเดียวกันยังมีความกังวลว่าการที่สหรัฐฯ ถอนทหารออกไปจะเป็นการเปิดช่องให้รัสเซียและอิร่าน สองชาติปฏิปักษ์ของสหรัฐฯ สามารถขยายอิทธิพลในซีเรียได้มากขึ้น โดยมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่าการถอนทหารของสหรัฐฯออกจากซีเรียจะช่วยให้การแก้ไขวิกฤตทางการเมืองในซีเรียมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น