เมื่อวานนี้ (19 ธ.ค. 2561) ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และ รัฐสภายุโรป ได้ข้อตกลงกันในรายละเอียดเกี่ยวกับการออกกฎห้ามใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่ว่าจะเป็น จานชาม ช้อนส้อม มีด หลอด ก้านคอตตอนบัต รวมถึงภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากโฟม
ข้อห้ามดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ 10 ประเภท ที่มักพบในมหาสมุทรและชายหาดทั่วยุโรป ซึ่งกว่า 70 เปอร์เซนต์เป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งโดยสภาสหภาพยุโรป หวังว่า มาตรการที่จะเกิดขึ้นตามข้อห้ามดังกล่าว จะทำให้เกิดการป้องกันหรือกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ได้หลายๆครั้ง มากขึ้น เนื่องจาก ผลการศึกษาเมื่อเดือน ต.ค. พบว่าพลาสติกได้เริ่มปะปนเข้าไปในห่วงโซ่อาหารของมนุษย์แล้ว
อียูหวัง ว่าขั้นตอนที่เหลือในการพิจารณาอนุมัติร่างกฎหมาย จะดำเนินการเสร็จสิ้นและประกาศบังคับใช้ได้ในปี 2021
อีกหนึ่งประเทศ ที่ตื่นตัวและประกาศใช้มาตรการลดการใช้พลาสติกไปก่อนหน้านี้ คือ ออสเตรเลีย ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าปลีกแห่งชาติออสเตรเลีย พบว่า ปริมาณการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในประเทศลดลงถึง 80 เปอร์เซนต์ หลังเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย 2 แห่ง คือวูลเวิร์ธส์ (Woolwirths) และ โคลส์ (Coles) ประกาศเลิกใช้ถุงพลาสติก เมื่อเดือน มิ.ย. และ ก.ค. ที่ผ่านมา
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้