ภารกิจช่วยชีวิตเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่ แม่สาย 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ไม่ได้เป็นแค่ข่าวใหญ่แห่งปีของไทย แต่เป็นข่าวใหญ่แห่งปีของโลก ภารกิจครั้งประวัติศาสตร์นี้ให้บทเรียนกับเรามากมายหลายมิติ แต่ในมุมมองนักกู้ภัยบทเรียนใดที่จะต่อยอดพัฒนาต่อไปได้
18 วันของภารกิจช่วยชีวิตเด็ก ๆ และโค้ช ทีมหมูป่า อะคาเดมี่ แม่สาย ทั้ง 13 ชีวิตจากถ้ำหลวง เป็นเหตุการณ์ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์โลก ท่ามกลางปฏิบัติการเสี่ยงภัยรอบด้านได้เกิดปรากฏการณ์ด้านมนุษยธรรมที่สะท้อนจิตวิญญาณอันทรงคุณค่าซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนักบนโลกใบนี้ เราได้เห็นความเชื่อ ความศรัธทา ได้เห็นความพยายาม ความมุ่งมั่นลุกขึ้นมาต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคนานับประการเพื่อยื้ดยุดกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เราได้เห็นการเผชิญหน้ากับภยันตรายอย่างกล้าหาญ และการเสียสละอันยิ่งใหญ่ จากพลังจิตอาสาจากทุกสาขาอาชีพ โดยมีหมุดหมายเดียวกันคือพาเด็ก ๆ ทุกคนกลับบ้าน สิ่งเหล่านี้ไม่ต่างจากพิมพ์เขียวในการพัฒนาอาสาสมัครด้านภัยพิบัติในแบบฉบับของเราเอง
รัฐภูมิ อยู่พร้อม ผู้ก่อตั้ง FrontlineTH Academy มูลนิธิ 1500 ไมล์ระบุว่า อาสากู้ภัยของไทยรวมตัวกันแข็งแรงและมีความพร้อมมาก เห็นได้จากเมื่อครั้งเกิดสึนามิ ปี 2547 และมหาอุทกภัย ปี 2554 เราผ่านการพัฒนามาระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังขาดการองค์ความรู้ในเรื่องนี้ ดังนั้นบทเรียนจากการกู้ภัย 13 ชีวิตในถ้ำหลวง จึงเป็นโอกาสพัฒนาอาสาสมัครไปสู่ต้นแบบ “องค์กรอาสาสมัคร” ในระดับโลก
ภารกิจกู้ภัย 13 ชีวิตทีมหมูป่า ให้บทเรียนล้ำค่าต่อมวลมนุษยชาติ แต่คุณค่าและความหมายที่เกิดขึ้นคงเลือนหายไป หากเราไม่หยิบจับบทเรียนเหล่านี้มาลงมือทำ