“ประเทศไทยจะเจริญรุ่งเรือง ถ้าเราช่วยเหลือกัน”
นี่คือความคิดของ น้องมีน ด.ช. ภัทรกวินตร์ ตันติชัยนุสรณ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เพราะเขามองว่าทุกวันนี้คนไทยยังช่วยเหลือกันน้อยและด้วยความฝันอยากเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลที่ต้องใช้ทักษะการเล่นเป็นทีม เน้นความสามัคคี ช่วยเหลือกัน ภาพของประเทศไทยเมื่อเขาเติบโตขึ้นคืออยากเห็นคนไทยช่วยเหลือกัน
“อยากเห็นประเทศไทยเป็นการช่วยเหลือกัน ประเทศไทยจะได้เจริญรุ่งเรือง ตอนนี้ประเทศไทยก็ช่วยเหลือกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่ 100%”
ส่วนน้องเดล ด.ช. อิทธิพัทธ์ เลวิจันทร์ และ น้องโอม ด.ช. องศ์กาญจน์ มงคลธีรโชติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตอบในแววตามุ่งมั่น จริงจัง ว่าภาพประเทศไทยของเขาคือ “ความเจริญก้าวหน้ามากกว่าทุกวันนี้ เช่น ด้านธุรกิจและกีฬา” ส่วนอนาคตค่อยไปลุ้นกันตอนโต
และอาชีพยอดฮิตอย่าง คุณหมอ เป็นความฝันของ น้องจีโน่ ด.ช. พลสิษฐ์ กอเทพวัลย์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยเขาบอกว่า “อยากให้ประเทศเจริญก้าวหน้ามากๆ อยากเป็นหมอช่วยเหลือพ่อแม่เพราะเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง”
มาถึงสายเทคโนโลยีการบ้าง น้องกำปั้น ด.ช.ธีรากรินทร์ นวลจันทร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บอกว่า “อยากให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าและมีเทคโนโลยีที่ดี เมื่อโตขึ้นอยากเป็นตัวแทนประกันเพราะได้ค่าตอบแทนสูงและได้ช่วยเหลือคน”
เช่นเดียวกับ ต๊อด ด.ช. พสิษฐ์ หวังนิตย์สุข ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มองภาพอยากให้ประเทศไทยเข้าสู่ยุค AI และเขาอาจจะเป็นคนสร้างมันก็ได้เพราะอยากเป็นวิศวกร
"อยากให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากกว่านี้ อยากให้มีอุปกรณ์ใหม่ๆเพิ่มขึ้นมา เช่น หุ่นยนต์ล้างจาน ส่วนในอนาคตอยากเป็นวิศวกรเพื่อสร้างสิ่งต่างๆให้แก่คนทุกคน"
นี่คือมุมมองส่วนหนึ่งของเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังจะค่อยๆเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต คำพูดของน้องกลุ่มนี้อาจจะช่วยสะท้อนให้เห็นว่าในสายตาของพวกเขาประเทศไทยยังมีสิ่งที่เขาอยากเห็น อยากให้เป็น ซึ่งมันจะเกิดขึ้นได้ส่วนสำคัญที่สุดคือ “ผู้ใหญ่อย่างเราๆ สร้างตัวอย่าง ปลูกฝัง วางรากฐาน ” เพื่อส่งไม้ต่อให้กับพวกเขาอย่างไรเพราะเด็กวันนี้คือผู้ใหญ่วันหน้าคือประโยคคลาสสิก แต่อย่าลืมว่า "พวกเราก็เคยเป็นเด็กมาก่อน"