นางเยาวลักษณ์ ภูชุม อายุ 34 ปี ครูวิทยฐานะครูชำนาญการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนางไสว บรรลือเสียง อายุ 60 ปี มารดา นำเอกสารหลักฐานต่างๆเข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขอความช่วยเหลือและให้ช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ หลังส่งเรื่องขอกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัดและได้รับการอนุมัติเงินกู้จำนวน 2,000,000 บาท ซึ่งถูกหักเป็นค่าหุ้น 419,700 บาท เหลือ 1,580,300 บาท แต่กลับถูกปลอมแปลงเอกสารเบิกเงินกู้จากบัญชีออมทรัพย์สหกรณ์ออกไปจนหมดบัญชี
นางเยาวลักษณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ตนได้เข้าติดต่อขอกู้เงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ประเภทสามัญหลายครั้ง เพราะมีความจำเป็นต้องนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวและซ่อมแซมบ้านให้กับแม่ แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้งมาโดยตลอด ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าอายุราชการและเงินเดือนยังมีน้อยอยู่จึงไม่สามารถกู้เงินได้ กระทั่งมีผู้แนะนำให้ไปขอความช่วยเหลือกับข้าราชครูหญิงคนหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ สังกัด สพป.กาฬสินธุ์เขต 3 เนื่องจากเป็นผู้กว้างขวาง โดยข้าราชการครูหญิงคนดังกล่าวอ้างว่ารู้จักกับเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์หลายคนและสามารถช่วยในการกู้เงินผ่านง่ายและรวดเร็ว แต่มีเงื่อนไขและข้อแม้ว่าจะต้องจ่ายเงินร้อยละ 13 จากยอดเงินกู้ทั้งหมดเป็นค่าดำเนินการ ซึ่งไม่รวมดอกเบี้ยตามปกติของเงินกู้สหกรณ์ฯ ทั้งนี้ด้วยเหตุจำเป็นที่เดือดร้อนและต้องการใช้เงินตนจึงหลงเชื่อได้นำเอกสารต่างๆมอบผ่านครูหญิงคนดังกล่าวไป
ครูสาวบุรีรัมย์นำเงินตัดหนี้ แต่โดนเจ้าหน้าที่แบงก์ยัดหนี้เพิ่ม (คลิป)
นางเยาวลักษณ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นเรื่องได้เงียบหายไปนานหลายเดือน ตนจึงพยายามสอบถามความคืบหน้าไปยังครูสาวคนดังกล่าวหลายครั้ง แต่ก็ได้รับคำตอบว่าให้รอไปก่อน เจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯยังไม่อนุมัติเงินกู้ กระทั่งสิ้นเดือนตุลาคม 2561 ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ได้หักเงินเพื่อชำระเงินกู้งวดแรกจากบัญชีเงินเดือนของตนจำนวนประมาณ 19,000 บาท จากเงินเดือน 24,000 บาท ทำให้เกิดความสงสัยจึงสอบถามไปยังครูสาวอีก ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าเรื่องเงินกู้ยังไม่เรียบร้อย ต่อมาช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ทางสหกรณ์ฯได้หักเงินเดือนชำระหนี้เป็นงวดที่ 2 พร้อมกับได้รับเอกสารจากทางสหกรณ์ฯซึ่งเป็นเอกสารต่างๆเกี่ยวกับในการทำสัญญาเงินกู้ ทำให้ทราบว่าทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์จำกัดได้อนุมัติเงินกู้ให้ตนแล้วตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2561 จึงสอบถามไปยังครูสาวคนดังกล่าวอีกครั้ง แต่ก็ยังได้รับคำตอบเดิมๆว่าเรื่องยังไม่เรียบร้อย ด้วยความสงสัยจึงเดินทางเข้าไปสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯก็พบว่าเงินกู้จำนวน1,580,300 บาท ซึ่งเหลือจากการถูกหักเป็นค่าหุ้นจำนวน 419,700 บาท จากจำนวนเงินกู้ทั้งหมด 2,000,000 บาท ถูกโอนเข้าบัญชีออมทรัพย์สหกรณ์ครูกาฬสินธุ์ และถูกถอนไปจนหมดเกลี้ยงบัญชี แล้ว
นางเยาวลักษณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารกับทางเจ้าหน้าที่ก็พบว่ามีผู้ปลอมลายมือชื่อ และปลอมเอกสารใบมอบฉันทะดำเนินการเบิกเงินในบัญชีของตนออกไปทั้งหมด ทราบภายหลังว่าชื่อผู้ที่ปลอมลายเซ็นนั้นมีตำแหน่งเป็นรองปลัดของเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จึงได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ฯว่าให้คนอื่นมาเบิกเงินของตนไปได้อย่างไร แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน บอกเพียงว่าดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความและมาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม
ด้านนายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องร้องทุกข์ของครูคนดังกล่าวไว้ และจะรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา พร้อมกับเร่งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและขอทราบรายละเอียด เพื่อที่จะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับผู้ร้องทุกข์ต่อไป