วันนี้ 16 ม.ค. 2562 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ และครอบครัวของ นายฝน ผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์เด็กชายซูลุยผิว หรือน้องต้าแง วัย 2 ขวบ ชาวเมียนมาร์ ที่เสียชีวิตในไร่อ้อยจ.สุพรรณบุรี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เดินทางไปยังศาลจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อยื่นคำร้องขออำนาจศาลปล่อยตัวชั่วคราวนายฝน หลังพนักงานสอบสวน สภ.สระยายโสม นำตัวมาฝากขังตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา และศาลมีคำสั่งให้ส่งตัวไปที่สถานบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการทางจิตหรือไม่ ภายในระยะเวลา 45 วัน (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตำรวจสรุปผลคดี “ซู ลุย ผิว” ชายสติไม่ดีพาไปเล่นจนจมน้ำแต่ช่วยไม่ได้ )
หลังใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ล่าสุดศาลยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากต้องรอผลวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนว่า นายฝนมีสภาพจิตใจเป็นอันตรายต่อรูปคดีหรือไม่ เนื่องจากนายฝนเป็นผู้พิการทางสมอง แม้จะมีอายุ 32 ปี แต่มีพัฒนาการเท่ากับเด็ก 5 ขวบ
นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า แม้วันนี้ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี จะยังไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่ยังเชื่อในความบริสุทธิ์ของนายฝน ซึ่งวันนี้มีผู้มอบเงินสดจำนวน 2 แสนบาท เป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ขอยื่นประกันตัว พร้อมฝากเป็นกำลังใจให้กับทางครอบครัวของนายฝนให้ได้ประกันตัวลูกชายออกมาสู้คดีความขบวนการยุติธรรม
นอกจากนี้ นายอนันต์ชัย ยืนยันว่า คดีนี้มีพิรุธหลายประเด็นตั้งแต่การสอบสวนและการทำสำนวนคดีตามที่ได้ออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ หลังจากจะเดินไปเร่งรัดผลวินิจฉัยของนายฝนเพื่อส่งผลตรวจไปยังศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ในการประกอบการพิจารณาขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อไป (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชาวบ้านบุกโรงพัก ไม่เชื่อ “ชายสติไม่ดี” เกี่ยวข้องการตาย “เด็กชาวเมียนมาร์” )
ด้าน พ่อและแม่ของนายฝนเปิดใจกับทีมข่าวพีพีทีวี หลังศาลจังหวัดสุพรรณบุรีไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวลูกชาย ว่า ยังขอสู้ต่อจนกว่าจะได้ตัวลูกชายกลับออกมาสู้คดี มั่นใจว่านายฝนไม่ได้พาเด็กชายซูลุยผิว หายออกไปจากจุดเกิดเหตุ ซึ่งมีพยานในหมู่บ้านหลายคนยืนยันได้ว่านายฝนไม่ได้ไปที่ไร่อ้อยตามที่ถูกกล่าวหา และขอบคุณผู้มอบเงินให้เพื่อใช้ประกันตัวลูกชาย ร่วมถึงประชาชนที่ส่งกำลังใจมาให้ทางครอบครัว ยืนยันจะขอสู้คดีจนกว่าลูกชายจะได้ความยุติธรรมกลับคืนมา (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :แม่ “นายฝน” ไม่เชื่อลูกชายทำ “ต้าแง”เสียชีวิต )
ในระหว่างนี้ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ยังรอผลวินิจฉัยจากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์จน กว่าผลการตรวจอาการของผู้ต้องหาและการรักษาของแพทย์จะแล้วเสร็จ ตามป.วิ.อาญามาตรา 89/1 เมื่อยังไม่ปรากฏว่าสถาบันฯ แจ้งผลการตรวจวินิจฉัยมา จึงเห็นว่าควรให้มีหนังสือสอบถามไปยังสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ก่อนว่ามีผลการตรวจวินิจฉัยเป็นอย่างไรและเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนหรือไม่ และก่อนจะพิจารณาคำร้องใหม่อีกครั้ง