ตร.เผย “เทพบุตรโซโล” แก๊งยาเสพติด อยู่ชายแดนไทย-เมียนมาร์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค4 พบข้อมูล “เทพบุตร โซโล” เป็นเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร์ โดยให้คนไทยเปิดเฟซบุ๊กในชื่อคล้ายกัน กระจายสาขาจำหน่ายและทวงค่ายาบ้าทั่วประเทศ มีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ส่วนตำรวจปราบปรามยาเสพติด เผยกลุ่มนี้เป็นเครือข่ายใหญ่ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มี 6 คน ที่เคยถูกออกหมายจับ

วันนี้ (18 ม.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดออนไลน์ ในชื่อ “เทพบุตร โซโล” ที่มีพฤติกรรม โพสต์ภาพผู้ที่ถูกอ้างว่ารับยาเสพติดไปจำหน่ายแล้วไม่ส่งเงินให้เครือข่าย พร้อมตัวเลขราคาจ้างวาน ให้กลุ่มวัยรุ่นในแต่ละพื้นที่ไปทำร้ายร่างกาย จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในเขตตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ล่าสุดทีมตำรวจชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เทพบุตร โซโล” เป็นเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดที่รับยาบ้ามาจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร์ อาศัยอยู่บริเวณชายแดนประเทศไทยภาคเหนือและจังหวัดท่าขี้เหล็ก โดยสั่งการกันมาเป็นทอด ๆ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่กระจายอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ มีเงินหมุนเวียนกว่า  50 ล้านบาท

โดยตำรวจระบุด้วยว่า “เครือข่ายยาบ้า มันทุกเม็ด” และเครือข่าย “เทพบุตร โซโล” ถือเป็นกลุ่มเดียวกัน เพียงแต่แยกพื้นที่ในการดูแล โดยเทพบุตร โซโล ดูแลทุกจังหวัดในภาคอีสาน ส่วนภาคอื่นก็จะใช้ชื่อว่า มันทุกเม็ด เทพอวตาล และราชาซาตาล  เบื้องต้นทีมสืบสวนพบว่า เทพบุตรโซโลอยู่บริเวณชายแดนไทย เมียนมาร์ ซึ่งอยู่ระหว่างการหาหลักฐานให้แน่ชัดเสียก่อน จึงจะประสานประเทศเพื่อนบ้านในการจับกุม

สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้ง 6 คน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม เป็นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน โทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ และอั้งยี่ซ่องโจร

ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า เทพบุตร โซโล เป็นแก๊งที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ติดตามและออกหมายจับไปแล้ว 6 คน เมื่อ 2-3 เดือนก่อนหน้านี้ แต่ยังจับกุมไม่ได้ และพบว่าเป็นเครือข่ายใหญ่ที่แบ่งหน้าที่กันชัดเจน เริ่มมีบทบาทช่วง 2-3 ปี แต่คาดว่าจะสามารถจะติดตามจับกุมได้

ขณะที่ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า กลุ่มเทพบุตร โซโล เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม “มันทุกเม็ด” โดยพฤติการค่อนข้างคล้ายกันคือมีการแบ่งทีมทำงาน กลุ่มเก็บเงิน ทวงหนี้ บริหารคน เทพบุตรโซโล จะอยู่ในระดับสั่งการ โดยมีเครือข่ายอยู่หลายจังหวัดเน้นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ แต่ข้อมูลบางอย่างยังเปิดเผยไม่ได้  ส่วนประเด็นที่กลุ่มนี้ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย คาดว่าน่าจะมาจากพฤติกรรมส่วนตัว และไม่เกี่ยวกับว่าเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล หรือมีเจ้าหน้าที่คอยให้การสนับสนุน แต่อาจค่อนข้างเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ประสานกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยว กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ในการตรวจสอบ

ทั้งนี้กรณีพฤติกรรมของ เทพบุตร โซโล ที่ใช้ เฟซบุ๊กเป็นช่องทางสื่อสารกับคนที่เข้ามาร่วมขบวนการ ร่วมทั้งใช้โพสต์บัญชีเฟซบุ๊กคนที่จะถูกจ้างวานไปทำร้าย ทำให้ถูกตั้งคำถามว่า ทำไมจึงสามารถทำได้ผ่านช่องทางนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เช่น พี่หลาม “จิ๊กโก๋ไอที” ระบุว่า สามารถมองได้ 2 ประเด็น คือ ผู้ที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊กชื่อ เทพบุตร โซโล โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กด้วยรูปแบบที่พยายามเลี่ยงการทำผิดกฎของเฟซบุ๊ก ระบบอัลกอริทึ่มที่ใช้กลั่นกรองจึงตรวจสอบไม่พบความผิด จึงเชื่อว่า คนกลุ่มนี้ มีความรู้เรื่องนี้พอสมควร แม้ว่าทางกฎหมายอาญา การจ้างวานให้ไปทำร้ายผู้คนต้องมีความผิดอยู่แล้ว ส่วนประเด็น เช่นการไลฟ์เหตุการณ์ทะเลาะวิวาท และการทำร้ายร่างกาย พี่หลาม จิ๊กโก๋ ไอที มองว่า ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจใช้เป็นหลักฐานทางคดีได้จะเห็นได้ในหลายๆคดีที่ผ่านมา ใช้หลักฐานจากเฟซบุ๊กในการดำเนินคดี

นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับอาชญากรรมอื่น เช่น การพยายามฆ่าตัวตายผ่านเฟซบุ๊ก พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที ยอมรับว่า เฟซบุ๊กยังไม่สามารถหาวิธีแก้ไขได้ เพราะเฟซบุ๊กให้ระบบเซิฟเวอร์ในการควบคุมระบบการทำงาน ไม่ได้ใช้คนค่อยนั่งควบคุมจึงไม่สามารถแยกแยะ แม้จะมีระบบ Artificial Intelligence หรือ AI ในการช่วยแยกแยะท่าทางของมนุษย์ได้ แต่ก็ไม่ไม่ละเอียดพอว่ากำลังฆ่าตัวตายหรือไม่ หรือเช่นคนกำลังใช้ปืนจ่อหัวคนอื่น และอีกคนกำลังใช้ปืนฉีดน้ำทำในลักษณะเดียวกัน ระบบ AI ยังไม่สามารถแยกแยะได้  ส่วนการขอข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี อาจต้องเป็นการขอความร่วมมือเป็นครั้ง ๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก เพราะมองว่าเป็นความลับของผู้ใช้บริการ

จากนโยบายของ เฟซบุ๊ก จะมีรูปแบบการกลั่นกรองเนื้อหาและบัญชีผู้ใช้อยู่ในระดับหนึ่งแล้ว หลังจากถูกตั้งคำถามอย่างมากในช่วงการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา เบื้องต้น หากเฟซบุ๊ก พบว่า “บัญชีผู้ใช้” เป็นบัญชีผู้ใช้ปลอม จะถูกกำจัดออกไปทันที โดยมีข้อมูลว่า ผู้ใช้ ที่ใช้บัญชีปลอมส่วนใหญ่ มีพฤติกรรมที่บ่มเพาะและแพร่กระจายข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นระบบอัลกอริทึ่มจะกำจัดออกไปโดยอัตโนมัติ โดยเฟซบุ๊กให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง เดือนกันยายน 2561 ได้กำจัดบัญชีผู้ใช้ปลอมออกไปแล้ว 1.5 พันล้านบัญชี โดย 99 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนนี้ ถูกกำจัดออกไปทันที หลังเปิดใช้ ก่อนที่จะถูกรีพอร์ต และบางบัญชี ถูกปิดก่อนที่จะเริ่มถูกใช้ส่งข้อความ และยังมีเนื้อหาบางส่วนที่จะถูกกำจัดออกไปด้วยเช่นกัน คือ เนื้อหาปลุกปั่นยุยงสร้างความเกลียดชัง และเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ชักชวนกันให้ไปก่อเหตุอาชญากรรมหรือการก่อการร้าย แต่ในกรณี เทพบุตร โซโล อาจเห็นได้ว่า ใช้รูปแบบการโพสต์ข้อความที่หลีกเลี่ยงระบบการตรวจจับ แต่มีสัญญาณที่เข้าใจกันภายในกลุ่มเฉพาะ ซึ่งต้องอาศัยการถูกรีพอร์ตไปยังเฟซบุ๊ก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ