เมื่อวันที่ (25 ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนชาวบ้านจากทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดพัทลุงที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการต่างๆของกรมชลประทานประมาณ40 คน ใช้เวลาเจรจากับ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงตัวแทนจากกรมชลประทาน เกือบ 2 ชั่วโมง ท้ายสุดยังไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจาก ตัวแทนจากกระทรวงเกษตรฯไม่มีอำนาจตัดสินใจตามเงื่อนไขที่ชาวบ้านเสนอ
โดยชาวบ้านขอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการของกรมชลประทาน ในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชและพัทลุง รวม 4โครงการ คือโครงการเขื่อนวังหีบ อ่างเก็บน้ำคลองสังข์ โครงการผันน้ำบรรเทาอุทกภัย จังหวัดนครศรีธรรมราชและ โครงการประตูกั้นน้ำเค็มคลองปากประ
ชาวบ้านให้เหตุผลว่าทั้ง 4 โครงการไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตสูง เช่น เขื่อนวังหีบ ในตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง ที่กรมชลประทานระบุว่า สร้างเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม และเก็บกักน้ำ แต่คลองวังหีบพื้นที่สร้างเขื่อนไม่ได้ไหลผ่านอำเภอทุ่งสง และในพื้นที่ไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยงบประมาณโครงการทั้งหมดเฉพาะของจังหวัดนครศรีธรรมราชสูงถึง 10,000 ล้านบาท และที่สำคัญโครงการทั้งหมด ชาวบ้านพบมา มีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอ ไม่ตรงกับความเป็นจริง และ กรมชลประทาน ยังใช้คำว่า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาบีบบังคับให้ชาวบ้านยอมรับด้วย
ด้านกรมชลประทานชี้แจงว่า ทุกโครงการยังอยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบและความเป็นไปได้เท่านั้น แม้โครงการต่างๆจะผ่านมติคณะรัฐมนตรีแล้วก็ตาม ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบยังคงปักหลักชุมนุมที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจะประชุมหารือแนวทางเคลื่อนไหวต่อไป เบื้องต้นอาจจะเดินเท้าไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง ในวันจันทร์ที่ 28 มกราคม นี้