วันนี้ (28 ม.ค.62) นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกส่งผู้ตรวจการลงพื้นที่กวดขันการให้บริการรถโดยสารสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เน้นมาตรการเฝ้าระวังตรวจจับ เปรียบเทียบปรับ เข้มข้นจริงจังทันที พร้อมติดตามสถานการณ์บริเวณจุดจอดรอขึ้นรถตู้โดยสารเพื่อให้การเดินรถมีเพียงพอกับจำนวนผู้โดยสาร โดยเฉพาะกรณีฝ่าฝืนนำรถตู้โดยสารสาธารณะครบกำหนดอายุ 10 ปี และรถแท็กซี่ครบกำหนดอายุ 9 ปี นำมาวิ่งให้บริการประชาชน
โดยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ม.ค.61) มีรถตู้ที่ครบกำหนดอายุการใช้งานแล้วทั้งสิ้น 813 คัน เปลี่ยนเป็นรถตู้คันใหม่แทนรถตู้คันเดิมที่หมดอายุ 374 คัน และเปลี่ยนเป็นรถโดยสารมาตรฐานใหม่ (มินิบัส) จำนวน 140 คัน พร้อมแนะนำประชาชน ขอให้สังเกตรถแท็กซี่ก่อนเลือกใช้บริการ โดยสภาพตัวรถภายนอกต้องมั่นคงแข็งแรง หมวดอักษรบนแผ่นป้ายทะเบียนรถแท็กซี่ที่หมดอายุการใช้งานแล้ว กรณีแท็กซี่บุคคลธรรมดาสีเขียว-เหลือง ได้แก่ หมวด ทจ มก มข มค มง และ มจ ส่วนแท็กซี่นิติบุคคลที่ครบอายุแล้ว ได้แก่ หมวด ทฉ ทต ทท ทธ ทน ทพ ทม ทย ทร ทล และ ทว
ทั้งนี้หากผู้ขับรถแท็กซี่ที่นำรถที่สิ้นอายุการใช้งานมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารจะมีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และต้องปลดป้ายทะเบียนออกทันที หากประชาชนพบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน โทร.1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง