ภายในงาน Fact-checking for media professionals ที่โรงแรมเซนต์ รีจิส กรุงเทพ ดร.เจษฎา ศาลาทอง หัวหน้าโครงการ Trusted Media Thailand ระบุว่า ในระดับนานาชาติ ผู้ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact check) เริ่มเป็นที่ยอมรับและมีความต้องการมากขึ้น ในทั้งหน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชน ก็เริ่มมีบุคคลเหล่านี้จำนวนมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่มาในกระแสสากล
สำหรับ ลักษณะความผิดปกติของข่าวสารมี 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ข้อมูลที่ผิดพลาด ไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสีย (Miss information), 2. ข้อมูลที่ผิดพลาด ไม่ได้ตั้งใจ แต่ก่อให้เกิดผลเสีย (bit information) และ 3. ข้อมูลที่จงใจให้เกิดผลเสีย (Mal information) ซึ่งเป็นข้อมูลพบเห็นได้บ่อยครั้ง และจำนวนมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงของการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง จะมีการปล่อยข้อมูลข่าวสารที่หวังจะทำลา หรือดิสเครดิตฝ่ายตรงข้าม รวมในเรื่องการหลอกลวงข้อมูลด้านสุขภาพ และการหลอกลวงเอาเงิน
โดยสาเหตุที่มีการแชร์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกันอย่างมากมายในยุคปัจจุบัน เหตุผลมีอยู่ 2 อย่าง คือ ง่ายและก็ได้ประโยชน์ เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถทำให้ทุกคนใช้สมาร์ทโฟนตัดต่อรูปภาพภาพ หรือเอาเอาโลโก้อะไรมาตัดแปะ จึงทำให้สร้างได้ง่าย รวมถึงเมื่อสมาร์ทโฟนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ก็สามารถที่จะส่งต่อข้อมูลได้ง่าย และก็ไปได้อย่างรวดเร็วมาก
“เนื้อหาอะไรที่มีการแชร์กันไปได้มากที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อหาด้านสุขภาพ เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ ภายใต้สิ่งที่เขาบอกว่าปราถนาดี หวังดี คนไทยเราชอบที่จะแบ่งปัน แต่หลาย ๆ ครั้งสิ่งที่เราแชร์กันออกไป มันจะก่อให้เกิดผลเสีย หรือเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนที่หวังผลประโยชน์อยู่ด้วย” ดร.เจษฎา กล่าว
หัวหน้าโครงการ Trusted Media Thailand กล่าวต่อว่า 3 เสาหลักในการตรวจสอบข้อเท็จจริง คือ ต้องแยกแยะก่อนว่าอะไรเป็นข้อเท็จจิง และอะไรเป็นข้อคิดเห็น หลังจากนั้นสืบหาต้อตอก่อนว่าที่มาของเรื่องนี้มาจากไหน และไปดูว่าที่มานั้น มาได้อย่างไร แหล่งที่มาเชื่อถือได้มาก หรือน้อยแค่ไหน สุดท้ายดูเนื้อหาว่ามีความถูกต้อง และน่าเชื่อถือได้แค่ไหน
เครื่องมือการตรวจสอบข่าวสาร จริง หรือ เท็จ ?
ราเชล บลันดี (Rachel Blundy) ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking) เปิดเผยถึงเครื่องมือในการตรวจสอบข้อมูลเท็จเรียกว่า Reverse Image Search โดยการนำรูปภาพ หรือวิดีโอจากบุคคลที่นำมาเผยแพร่มาตรวจสอบได้ทาง
1.Google Image Search โดยสามารถนำรูปภาพ หรือแคปหน้าจอวิดีโอที่จะคนหาใส่ลงไป จากนั้นกูเกิลจะแสดงผลให้เห็นถึงที่มาต้นตอของรูปภาพ หรือวิดีโอนั้น ว่ามาจากไหน
2. EXIF Data View สามารถตรวจสอบข้อมูลในรูปได้ว่า บุคคลที่นำรูปออกมาเผยแพร่นั้นเป็นคนถ่ายภาพจริงหรือไม่
3.Waybackmachine เป็นเครื่องมือที่เก็บประวัติข้อมูลเว็บไซต์ของทั้งโลกไว้ จึงสามารถหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ถูกลบได้
4.Who is เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข่าวปลอม ว่าบุคคลใดสร้างขึ้นมา น่าเชื่อถือหรือไม่ และสร้างขึ้นจากที่ไหน
5. Peoplefindthor และ Pipl.com เป็นเครื่องมือที่ใช้ค้นหาบุคคลในสังคมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี เพียงแค่ใส่ชื่อ, อีเมล, ชื่อผู้ใช้ หรือ เบอร์โทรศัพท์
ขอบคุณรูปภาพ : Drama-addict