ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ประเทศไทย ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับใคร และไม่ต้องการเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ขอทุกฝ่ายอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าจะบอยคอตประเทศไทย
ส่วนคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทย ถูกโพสต์ขึ้นครั้งแรกประมาณก่อน 13.00 น. ที่เพจไทยคู่ฟ้า ของทำเนียบรัฐบาล ก่อนจะถูกลบออกไป และไปโพสต์ขึ้นที่เพจกรมปะชาสัมพันธ์แทน โดยระบุว่า เป็นคำชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า
“ออสเตรเลีย” เรียกร้องไทย ปล่อย “ฮาคีม” ด้าน ศาล นัดตรวจหลักฐาน 22 เม.ย.นี้
1.ประเทศไทยไม่รู้จักนายฮาคีม ไม่มีอคติต่อตัวบุคคล และคงจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการมาไทยจนถูกคุมตัว โดยการจับกุม เกิดขึ้นเพราะตำรวจสากล (Interpol) ของออสเตรเลีย ได้แจ้งเตือนเรื่องหมายแดงของนายฮาคีม และทางการบาห์เรนมีคำร้องขออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลให้จับกุมนายฮาคีมและส่งผู้ร้ายข้ามแดน
2. เรื่องของนายฮีม เข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว ฝ่ายบริหารไม่สามารถแทรกแซงฝ่ายตุลาการได้ตามหลักสากล และเชื่อว่าออสเตรเลียก็ยึดถือหลักการนี้เช่นเดียวกัน
3. ขอให้ทุกฝ่ายอย่างเพิ่งด่วนสรุปว่าไทย จะส่งตัวนายฮาคีม กลับไปยังบาห์เรน และศาลจะพิจารณาตามหลักฐานที่มีอยู่ซึ่งมีพื้นฐานจากหมายจับ และหมายศาลของบาห์เรน
4. ศาลไทย พร้อมรับหลักฐานทุกชิ้น ทุกชนิดที่เป็นข้อเท็จจริงและเป็นธรรมต่อนายฮาคีมตามที่ทนายของนายฮาคีมจะนำส่งให้ศาลพิจารณา
5. ประเทศไทย ไม่ได้ประโยชน์จากการควบคุมตัวนายฮาคีม แต่ในฐานะรัฐอธิปไตย ที่มีพันธะทางกฎหมายและความถูกต้องต่อสังคมโลก ไทย พบว่า มิตรประเทศที่ดีของไทยทั้ง 2 ประเทศ กำลังแย่งตัว นายฮาคีม ที่มาประเทศไทย
ในคำชี้แจงข้อที่ 5 ใช้คำที่กล่าวถึงทั้ง 2 ประเทศดังนี้ คือ
“โดยเพื่อนคนหนึ่งออกแนวร้องขอความร่วมมือบนพื้นฐานทางกม. และความถูกต้อง แต่เพื่อนอีกคนชอบที่จะอาศัยพื้นฐานทางอำนาจการเมืองและการขยายวงกดดันผ่านแนวร่วม” จึงระบุว่า ประเทศไทยมีทางเดินอันชอบธรรมเพียง 2 ทาง คือ ให้ความร่วมมือทางด้านกฎหมาย และเสนอให้เพื่อนที่ดีทั้งสอง หารือและหาทางออกในปัญหาซึ่งเป็นของตนเอง แทนการผลักดันหาทางออกทางอ้อมจากไทย
คำชี้แจงยังระบุว่า การขอให้ออสเตรเลียกับบาห์เรน หาทางออกร่วมกัน จึงเป็นท่าทีโดยชอบธรรมของไทย และไม่ว่าแนวทางออกร่วมกันดังกล่าวจะมาในรูปแบบใด ไทยก็ยินดีจะช่วยส่งเสริมให้เป็นจริงและบรรลุผลสัมฤทธิ
โดยไทยหวังว่าทั้งออสเตรเลียและบาห์เรนจะมีมิตรไมตรีที่ดีเพียงพอ ที่จะจริงใจร่วมกันหาทางออกของเรื่องนี้
#SaveHakeem คนในวงการฟุตบอลทั่วโลกเรียกร้องให้ฟีฟ่าเข้ามามีบทบาท
“ประยุทธ์" ไม่ขอแทรกแซง ปม "ฮาคีม" ขอทุกคนรอผลการตัดสิน
ส่วนภาพการควบคุมตัวนายฮาคีม โดยมีเครื่องพันธนาการที่เท้าทั้ง 2 ข้าง ซึ่งถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลก พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า อุปกรณ์ที่เห็นในภาพ เป็นกุญแจเท้า [MOS]ไม่ใช่โซ่ตรวนอย่างที่วิพากษ์วิจารณ์กัน และถือเป็นขั้นตอนปกติเมื่อผู้ต้องขังถูกควบคุมตัวออกไปนอกเรือนจำ โดยเจ้าหน้าที่เห็นว่า ผู้ต้องขังรายนี้ เป็นที่สนใจของสังคม และมีความเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงเห็นสมควรใส่กุญแจเท้า ซึ่งเป็นเครื่องพันธนาการอย่างหนึ่งตามกฎหมาย
ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นสิทธิมนุษยชน อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่า งานของกรมราชทัณฑ์ มีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกวิขารณ์ว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่หน้าที่ของหน่วยงาน คือการควบคุมและเคลื่อนย้ายนักโทษให้เป็นไปโดยราบรื่นเรียบร้อย มิให้แตกหักหลบหนี จึงไม่สามารถปล่อยให้เดินลอยชายตามใจได้ ซึ่งหากทำเช่นนั้น เจ้าหน้าที่อาจถูกสอบสวนฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่