ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเปิดเผยบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักษาชาติ ปรากฏว่าในพรรคมีความไม่พอใจกับรายชื่อที่ออกมา โดยเฉพาะผู้สมัครที่อยู่ในลำดับท้ายๆ โดยได้วิพากษ์วิจารณ์กันถึงวิธีการในการจัดวางตัวผู้สมัครในครั้งนี้ ซึ่ง แกนนำพรรคหลายคน ไม่มีโอกาสได้รู้ และเห็นพร้อมๆกับสื่อมวลชน เพราะผู้ที่จัดทำคือคณะกรรมการสรรหา แต่ไม่ได้ปรึกษาแกนนำบางคน
แหล่งข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติ เปิดเผยว่า การจัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ออกมาในครั้งนี้ถือว่าเซอร์ไพรส์มาก เพราะสร้างความประหลาดใจให้กับอดีตส.ส.ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่าน เนื่องจากที่ผ่านมาหลายคนช่วยงานพรรคมาอย่างต่อเนื่อง และสามารถช่วยเรียกคะแนนเสียงให้กับพรรคได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่กลับถูกจัดวางไว้อยู่ในลำดับท้ายๆ ขณะที่เด็กๆ รุ่นใหม่กลับถูกวางไว้ในลำดับต้นๆ ซึ่งไม่ต้องมานั่งลุ้น เพราะมีโอกาสสูงที่ได้เป็นส.ส.อย่างแน่นอน
เปิดปาร์ตี้ลิสต์ไทยรักษาชาติ ลูกหลานนักการเมืองพรึ่บเบอร์ต้น
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า คนที่ถูกวิจารณ์หนักที่สุดคือ นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัครลำดับที่ 6 และนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ ผู้สมัครลำดับที่ 8 ซึ่งทั้ง 2 ถือว่าเป็นเด็กรุ่นใหม่ แต่มีความใกล้ชิดกับบุตรของนายทักษิณและผู้หลักผู้ใหญ่ อดีตนายกฯ อย่างมาก โดยอดีต ส.ส.บางคนถึงกับบอกว่า ทั้ง 2 คนสามารถเรียกคะแนนให้กับพรรคได้ขนาดไหนกัน แม้แต่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรค ก็ถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 7 ซึ่งต่ำกว่านางสาวขัตติยา ทั้งๆ ที่เป็นผ้ออกหาเสียงไปทั่วประเทศ
“แบบนี้มันไม่ถูกต้อง เหมือนไม่ให้เกียรติกัน เอาคนหาเสียงเป็นไปอยู่ท้ายๆ เอาคนหาเสียงไม่เป็นมาอยู่ต้นๆ เลขาฯได้อันดับดีกว่าประธาน และก็มีอีกหลายคนข้ามหัวกันไปหมด บางคนแทบไม่รู้จักหน้า เจอหน้ายังไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่กลับมีรายชื่อ”
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนที่ถูกมองว่าอยู่ในลำดับที่ไม่เหมาะสมเช่น นายนิคม ไวยรัชพานิช ลำดับที่ 18 นายประภัสร์ จงสงวน ลำดับที่ 26 นายสุธรรม แสงประทุม ลำดับที่ 28 นายก่อแก้ว พิกุลทอง ลำดับที่ 29 นายพายัพ ปั้นเกตุ ลำดับที่ 41 นพ.เหวง โตจิราการ ลำดับที่ 55 และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ลำดับที่ 56 ซึ่ แม้ว่าทุกคนช่วยพรรคหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับต้องมานั่งลุ้นว่าคะแนนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จะถึงลำดับของตัวเองหรือไม่
“มีบางคนได้แสดงความไม่พอใจแล้ว โดยพอรู้ว่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ ก็ไม่รับโทรศัพท์ไม่ร่วมประชุมกับพรรค แต่พวกเราก็คงได้แต่บ่น คงไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เพราะเรื่องนี้ถือว่ากระบวนการมันจบไปแล้ว ได้มีการยื่นบัญชีรายชื่อให้กับกกต.ไปเรียบร้อยแล้ว แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ผู้สมัครที่ไม่พอใจคงจะมีการเกียร์ว่าง ไม่ร่วมประชุม เพราะคงไม่มีใครอยากช่วยงานแล้ว และคงจะมีลาป่วยยาวๆกันหลายคน”