ไม่ขัด พ.ร.บ.ข้าว หากเมล็ดพันธุ์มีคุณภาพ-ควบคุมราคาได้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ชาวนาจังหวัดราชบุรี มีความเห็นกับร่าง พ.ร.บ.ข้าว ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ ในประเด็นเรื่องของการพัฒนาและการค้าเมล็ดพันธุ์ ที่เป็นการจำกัดสิทธิชาวนา และอาจเอื้อประโยชน์แก่บริษัทนายทุน โดยมองว่า หากเมล็ดพันธุ์มีคุณภาพ ควบคุมราคาได้ และทำให้ราคาข้าวในตลาดสูงได้ ก็เห็นว่าเป็นเรื่องดี

เมื่อวันที่ (15 ก.พ. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เป็นความคิดเห็นของ นายฤกษ์ พรหมดี อายุ 59 ปี ชาวนาใน ต.หนองปลาหมอ อ.บ้านโป่ง ที่มองว่า หากสุดท้ายแล้ว มีการกำหนดราคากลางสำหรับเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ รวมไปมีการปรับราคารับซื้อข้าวเปลือกให้สูงขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์กับชาวนาที่จะได้ใช้เมล็ดพันธุ์ดีๆ ในราคาถูก

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ตนและเพื่อนชาวนาคนอื่นๆ ในพื้นที่ส่วนใหญ่ จะนิยมปลูกข้าวสายพันธุ์ปทุมธานี และสุพรรณบุรี เนื่องจากมีความทนทานต่อโรค ให้ผลผลิตดี และเป็นที่ต้องการของตลาด โดยจะซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวเหล่านี้ตามร้านจำหน่ายสินค้าเกษตร ในราคาประมาณกระสอบละ 500-600 บาท นำมาปลูกในปริมาณ 2 กระสอบต่อไร่ หรือคิดเป็นเงินประมาณ 50,000 บาท เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตในรอบนาปีแล้ว จะแบ่งข้าวเปลือกที่ได้ส่วนหนึ่งไว้สำหรับเป็นเมล็ดพันธุ์ครั้งต่อไป เพื่อลดต้นทุน

ด้านนายประโยชน์ เสลานนท์ อายุ 45 ปี ชาวนาใน ต.บ้านม่วง อ.บ้านโป่ง บอกว่า ตนเอง ปลูกข้าวคุณภาพ แทนการทำนาแบบเก่า เพราะให้ผลตอบแทนที่ดี โดยปลูกข้าว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ทับทิมชุมแพ หอมปทุม หอมมะลิแดง และสังข์หยด บนเนื้อที่ 30 ไร่  ผลผลิตส่วนหนึ่งแปรรูปออกขายตามร้านขายสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่เหลือร้อยละ 5 เก็บไว้ทำเมล็ดพันธุ์ครั้งต่อไป และยังมีบางส่วนที่เก็บไว้ขายเมล็ดพันธุ์ให้กับเพื่อนบ้าน หาก พ.ร.บ.ฉบับนี้บังคับใช้ ก็จะได้รับผลกระทบ  ทั้งนี้ตนเองเห็นด้วยกับ กำหนดเขตพื้นที่เพาะปลูกข้าวเฉพาะถิ่น หรือการทำโซนนิ่ง หากจะทำให้ข้าวมีคุณค่าและมีราคาดีขึ้น

ด้านนายวลิต เจริญสมบัติ ที่ปรึกษาเกษตรแปลงใหญ่ระดับประเทศ และเป็นประธานศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ต.เจดีย์หัก อ.เมือง เปิดเผยว่า ในมุมมองของตนนั้น ยังมองว่า เป้าหมายที่แท้จริงของร่าง พ.ร.บ.ข้าวฉบับนี้ เป็นการช่วยเหลือชาวนาในเรื่องของการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ ลดการเอาเปรียบจากนายทุนโรงสีและผู้ค้าที่มีการลักลอบนำข้าวจากแหล่งอื่นๆ และประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์ มีการกำหนดเขตพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีความเหมาะสมในการผลิตข้าว ซึ่งมองว่าท้ายที่สุดแล้ว ชาวนาจะกลายเป็นผู้ผลิต ผู้พัฒนาสายพันธุ์ ผู้รวบรวม ผู้แปรรูปสินค้า และเป็นผู้กำหนดราคาข้าวเอง อันส่งผลทำให้ต้นทุนเมล็ดพันธุ์ข้าวถูกกว่ากลุ่มทุน

ขณะที่ด้านนักวิชาการเกียรติคุณ มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ นายนิพนธ์ พัวพงศกร เปิดเผยว่า จากการจัดสัมมนาระดมความคิดเห็น หัวข้อ “ร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ.... ทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง” โดยร่วมกับสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย, สมาคมโรงสีข้าวไทย, สมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มีความเห็นตรงกันว่า ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ และเห็นควรให้ สนช.เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เพราะมองว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ระบุว่า รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างภาระต่อเกษตรกรชาวนาตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจข้าว อีกทั้งยังทำให้สูญเสียงบประมาณแผ่นดินมหาศาล และสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตอีกด้วย

โดย มาตราที่จะเป็นผลเสียต่อชาวนา การพัฒนาพันธุ์ข้าว และวงการค้าข้าว คือข้อ 4.1 การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ยังไม่ได้รับการรับรองพันธุ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 27/1 และมาตรา 33/2) ซึ่ง มาตรานี้จะปิดกั้นขัดขวางการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ของไทย

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ