วันนี้ (28 ก.พ.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน สวนขวัญเมืองยะลา เขตเทศบาลนครยะลา ชาวชวาวงศ์ จำนวนมาก ทั้งในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และพื้นที่ใกล้เคียง รวมไปถึงชาวต่างชาติอย่างประเทศเพื่อนบ้าน มาเลเซีย สิงคโปร์ และจังหวัดอื่น ในประเทศไทย นำนกเขาชวาเสียง จำนวน 1,075 ตัว เดินทางมาร่วมซ้อมใหญ่การแข่งขัน นกเขาชวาเสียงอาเซียนครั้งที่ 34 ประจำปี 2562 ที่ทางเทศบาลนครยะลา ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ก่อนที่จะมีการแข่งขันจริงในงานมหกรรมการแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียนครั้งที่ 34 ประจำปี 2562 ในระหว่างวันที่ 2-3 มีนาคม 2562 นี้
โดยเทศบาลนครยะลาได้รับความร่วมมือร่วมใจจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการจัดงานมหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียนต่อเนื่องมายาวนานถึง 33 ปี มีผู้นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเสียง หรือชาวชวาวงศ์ จากหลากหลายพื้นที่ทั้งภายในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย นำนกมาร่วมแข่งขันเป็นจำนวนกว่า 2,000 ตัว โดยมีกิจกรรมเสริม คือ การแข่งขันนกกรงหัวจุก ในวันที่ 2-3 มีนาคม 2562 มีการแข่งขันประเภท 4 ยก 9 ดอกรวม วีไอพี (VIP) และประเภท 4 ยก 8 ดอกรวม (ดาวรุ่ง) ณ ศูนย์เยาวชน เทศบาลนครยะลา และกิจกรรมเทศกาลอาหารจานเด็ดสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 1-3 มีนาคม 2562 ณ สนามโรงพิธีช้างเผือก นับเป็นงานยิ่งใหญ่ ที่ได้รับการบรรจุลงในปฏิทินท่องเที่ยวโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อเผยแพร่ไปทั่วโลก
นายวิชิตพงศ์ จันทร์เพ็ญ ประธานคณะกรรมการตัดสิน เปิดเผยถึงวิธีการตัดสินว่า สำหรับการแข่งขันประชันเสียงนกเขาชวาเสียงอาเซียนครั้งที่ 34 นี้ แบ่งการแข่งขันออกเป็น ประเภท เสียงใหญ่ เสียงกลาง เสียงเล็ก และดาวรุ่ง รวมทั้งเบบี้ 1 เบบี้ 2 โดยนกเบบี้ 1 คือ นกประมาณ 3 เดือน คิ้วยังขาว ส่วนเบบี้ 2 นกอายุประมาณ 7-8 เดือน ซึ่งอายุน้อยกว่าดาวรุ่ง การแบ่งประเภทเสียงถ้าจะให้ง่าย ๆ นกเสียงใหญ่ ก็เสียงแบบสุเทพ เสียงห้าว ทุ้ม เสียงโต นกเสียงกลางก็จะลดลงมาหน่อย เสียงเล็กก็ร้องเหมือนผู้หญิงร้อง เสียงจะเล็กลง แบ่งเป็นสามประเภท ส่วนวิธีการให้คะแนน ก็จะมีแบบฟอร์มให้กรรมการลงตัดสิน 2 ยก ยกแรก 08.30-10.00 น. และยกสอง 10.00-11.30 น. ในยกแรกเมื่อจบ ก็ให้กรรมการส่งคะแนนเรียงลำดับ 15 นก ตามความคิดของตนเอง แล้วเอาคะแนนจากกรรมการทั้งหมด ให้กรรมการเทคนิคสรุปตามลำดับ 1-15 อีกครั้ง
สำหรับการฟังคำขันของนก ประธานคณะกรรมการตัดสิน ระบุว่า นกจะไม่เหมือนคนพูด เวลาคนพูดคำเดียวก็รู้เรื่อง แต่คำขันของนก จะแยกออกเป็นคำหน้า มีคะแนน 20 คะแนน คือคำที่เปล่งออกมาครั้งแรก เช่น ถ้าคำหน้ามีการม้วนพลิ้วขึ้น คล้ายขลุ่ย ก็จะมีคะแนนสูง ถ้าคะแนนรองลงมาก็คำหน้ายาว ยาวหมด และม้วนสั้น คะแนนก็ต่ำลง และการตัดสิน ถ้าคำหน้าไม่มีการกดหน้า หรือที่เรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าคำเพี้ยน ก็จะไม่มีการตัดสิน เหมือนคนร้องเพลงเพี้ยน แค่เริ่มก็เพี้ยน และที่เหลือก็เพี้ยนหมด จากนั้นก็จะต้องฟังความไพเราะ ที่มีคะแนนสูงถึง 20 คะแนน ความไพเราะก็เหมือนนักร้องเสียงเพราะมาก เหมือนเสียงขลุย ก้องกังวานไปไกล ต่างจากเสียงทรัมเป็ตที่ไปแป็บเดียว นกน้ำเสียงที่ดี หากยืนอยู่ตรงนี้ นกขันอยู่กลางสนามจะได้ยิน ถือว่าสุดยอด และอันที่สามคือจังหวะนก 20 คะแนน ตื้นหรือไม่ ถ้าไม่ลึกชัด คะแนนก็ตกลงมา จะต้องชัดเจน มีการหยุดหายใจเหมือนนักร้อง แล้วเปล่งเสียงคำสุดท้ายออกไป ก็จะดีมาก แต่ถ้าไปติดกับคำสุดท้าย คะแนนก็ตกลงมา ส่วนสุดท้ายคือปลายเสียง คะแนนสูงสุดคือ 30 คะแนน ถ้าปลายลอยก็จะได้ยินชัด แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีนกปลายลอยแล้ว มีแต่ปลายยาว นกยุคนี้ปลายยาว และมีปลายธรรมดา คะแนนก็ลดลงมา เมื่อรวมคะแนนทั้งหมดก็ 100 คะแนน ถ้าในตัวนกตัวเดียวมีครบทุกอย่าง ดีทุกอย่างคะแนนก็ 90-95
“นกพวกนี้ก็จะอยู่ในระดับราคาหลักล้าน สนามนี้ก็จะมีนกราคาหลักล้านกว่า 10 ตัว มาร่วมประชันเสียง โดยนกราคาตัวเป็นล้าน ในประเทศไทยนี้มีอยู่ประมาณ 3 คน โดยจะซื้อไปแข่งก่อน ก่อนที่จะเอามาทำพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ นกตัวที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมาคือนกบันนังสตา ที่มีราคาสูงถึง 4 ล้านบาท ขณะนี้นกบันนังสตา ก็นำไปผสมแล้ว ถ้ามีลูกก็จะได้ราคาอย่างน้อยคู่ละแสน ปีนึงได้ประมาณ 10 คู่” นายวิชิตพงศ์ กล่าว