นายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรเดือนม.ค. 2562 พบว่า กลุ่มประชากรผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 56.44 ล้านคน ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงาน หรือผู้ที่พร้อมจะทำงาน จำนวน 38.2 ล้านคน โดยแบ่งออกเป็น ผู้ที่มีงานทำ 37.5 ล้านคน ผู้ว่างงาน 3.9 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 3.1 แสนคน ขณะที่ ผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงาน หรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 18.24 ล้านคน เช่น แม่บ้าน นักเรียน คนชรา เป็นต้น
เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์แรงงานกับช่วงเวลาเดียวกันกับปี 2561 พบว่า จำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น 4.3 แสนคน หรือ จาก 37.07 ล้านคน เป็น 37.50 ล้านคน ผู้ว่างงานลดลง 8.5 หมื่นคน จาก 4.75 แสนคน เป็น 3.9 แสนคน แต่หากเปรียบเทียบจำนวนผู้ว่างงาน ระหว่างเดือนธ.ค. 2561 กับเดือนม.ค. 2562 พบว่า มีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 4.1 หมื่นคน
ทั้งนี้ ประเมินว่า ภาวะการทำงานของประชากรในเดือนก.พ. จะไม่แตกต่างจากเดือนม.ค.มากนัก หากเปรียบเทียบอัตราผู้ว่างงานของไทยกับต่างประเทศ จะพบว่า ไทยมีอัตราผู้ว่างงานต่ำกว่าประเทศอื่น โดยมีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งแนวโน้มของเทคโนโลยีที่นับวันจะเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น
ขณะที่ ไทยคงต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะจึงจะมีความพร้อมในเรื่องนี้ ฉะนั้น ข้อกังวลถึงผลกระทบของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาแทนที่กำลังแรงงาน จึงยังไม่น่าเป็นห่วง และจะยังไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราผู้ว่างงานในปัจจุบัน เนื่องจากยังมีบางอาชีพที่เป็นอาชีพเฉพาะทาง ซึ่งต้องอาศัยแรงงานคนเป็นผู้ขับเคลื่อนอยู่