นายไกรเสริม โตทับเที่ยง พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้กล่าวถึงกรณีการปลดล็อคกัญชาให้สามารถใช้ในทางแพทย์การได้และกัญชาจะเป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการซื้อขายและปลูกกัญชาอย่างเสรี มีมุมมองต่อเรื่องนี้ว่า กัญชามีบริบทอยู่ 2 ด้าน คือทางด้านสาธารณะสุข เพื่อการใช้ประโยชน์ ขณะเดียวกันทางด้านสังคม จะมีความเป็นห่วงเป็นใยเพราะคนจะมองว่าเป็นสารเสพติด ตรงนี้ควรนำมาถกเถียงอย่างจริงจังและมองให้ชัดว่า การที่จะนำไปสู่ความเสรีของกัญชาจะเหมาะสมกับริบททางสังคมหรือไม่
โดยในปัจจุบัน เราสามารถที่ผลิตกัญชาได้คุณภาพดีในภาคเหนือ และสิ่งหนึ่งที่ควรผลักดัน ควรจะหยิบเอานโยบายเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมส่งเสริมในการทำ(Research Development) ที่ดึงเอาสารประโยชน์ของกัญชาอย่างจริงจังมากกว่าการไปดูว่าเมื่อปลูกเสรีแล้วจะเป็นพืชเศรษฐกิจ ฉะนั้นควรมองว่านวัตกรรมจะมีบทบาทอย่างไรในการที่จะดึงประโยชน์จากสารกัญชาเอาไปพัฒนาต่อยอดและสร้างเป็นมูลค่าเศรษฐกิจ ซึ่งทางพรรคพปชร.ได้เห็นถึงความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ทางพรรคสนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ ต้องบอกก่อนว่า กัญชาจะมีสารอยู่ 2 ตัว คือ สาร (CBD) แก้ลมชักจากอาการทางประสาท มีขายทั่วโลกและถูกกฎหมาย ส่วนสาร (TSC) หรือที่เรียกว่าสารมึน ซึ่งในบางประเทศยังห้าม แต่กัญชาในประเทศไทยที่ปลูกกลับมีสารมึนผสมอยู่มากกว่าทั่วโลก โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในประเทศไทยจะมีระบบดาวเทียมไว้ตรวจสอบว่าจุดไหนได้รับการอนุญาตปลูกกัญชา และการเกิดอาชญากรรม ซึ่งในการชี้วัดต้องเป็นเราทุกคนเพื่อเป็นระเบียบวินัยในการปลูกกัญชาทางเศรษฐกิจ