4 พรรค ชู นโยบาย ชนะใจ “New Voters”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“อนาคตใหม่ – พลังประชารัฐ – เพื่อไทย – ประชาธิปัตย์” เสนอนโยบาย เอาใจคนรุ่นใหม่

“อนาคตใหม่” ชู เบี้ยเยาวชน

นายคริส โปตระนันทน์ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อนาคตใหม่เริ่มตั้งจากคนกลุ่มหนึ่ง 26 มีเด็กที่สุดตอนนี้ 18 เพราะอะไรถึงพูดเรื่องนี้ เพราะอนาคตใหม่อยากจะเป็นเสียงให้กับคนกลุ่มนี้ เท่าที่ผ่านมาตั้งแต่ผมเกิดจนโต ไม่เคยรู้สึกเลยว่า มีพรรคการเมืองไหน เข้าใจเด็กอย่างแท้จริง ทุกคนออกมาอยากควบคุม พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เห็นแบบนั้น ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลต้องเป็นลักษณะเป็นผู้ปกครองเด็ก อนาคตใหม่อยากเป็นตัวแทน เข้าใจว่าเจออะไรในแต่ละวัน เราเสนอเบี้ยจำนวนหนึ่ง เพื่อให้กับเด็กอายุ 18-22 ปีได้ทำตามความฝัน จำนวนพันกว่าบาท เชื่อว่าเงินก่อนนี้จะเป็นสิ่งที่เขาได้ทำตามความฝันในละระหว่างที่เรียน นอกจากนี้จะปลดล็อกอุปสรรคพันธนาการที่เขามี ไม่ว่าจะเป็นระบบกฎหมายหรือระบอบวัฒนธรรมอำนาจนิยม ที่พรรคอนาคตใหม่ไม่เคยสนับสนุนเลย นอกจากนั้นอนาคตใหม่เชื่อมันว่าคนกลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป อย่าคิดว่าเด็กจำนวนนี้จะเที่ยวเล่นไปวันๆ ไม่มีทางเลย คนกลุ่มนี้บ้างครั้งเป็นผู้ประกอบการ จะสนับสนุนให้เกิดช่องทางที่สามารถเข้าหาแหล่งเงินกู้ด้วยนโยบายธนาคารท้องถิ่น เราจะเพิ่มการแข่งขั้นในภาคธุรกิจ คนรุ่นใหม่จะสามารถเข้าถึงสินเชื่อและสามารถสร้างตัวสร้างฐานะเองได้

“พลังประชารัฐ” ชู สวัสดิการฟรีแลนซ์  

 นายไกรเสริม โตทับเที่ยง พรรคพลังประชารัฐ  กล่าวว่า สำหรับ New Voters ที่อายุ 18-25 จะมองเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มที่กำลังจะจบการศึกษาในวัย 20 กำลังจะสร้างตัวสร้างรายได้ พลังประชารัฐมีนโบบายจะผลักดันให้ความสำคัญการสร้างอาชีพ และมีเงินออม ฉะนั้นการเริ่มต้นการทำงานสำหรับ new job ปลอดภาษี 5 ปี เป็นนโยบายที่สำคัญให้เขาสามารถเก็บเงินออม แล้วเข้าใจในระบบการเป็นประชาชนคนไทยที่ต้องทำงาน แต่สามารถมีโอกาสเก็บเงินออมได้มากกว่าเดิม ในขณะเดียวกันบริบทสังคมกำลังเปลี่ยนให้มีอาชีพใหม่เยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟรีแลนซ์ เรามีนโยบายฟรีแลนซ์ฟรีสวัสดิการ หลายคนเป็นห่วงว่าไม่ได้มีอาชีพเป็นจริงเป็นจังไม่ได้เข้าสู่ระบบข้าราชการ ไม่ได้เข้าสู้ระบบของบริษัทใหญ่ๆ แต่ว่าต้องการสวัสดิการที่ดูแลตัวเอง เพราะฉะนั้นแล้วอาชีพฟรีแลนซ์ คือ อาชีพอิสระ ที่สามารถจัดทำได้ด้วยตัวเอง เรามีสวัสดิการที่จัดการให้ได้

สำหรับกลุ่มของเด็กที่กำลังจะจบการศึกษาหรือกำลังเข้าการรับศึกษาไม่ใช่ว่าไม่มีอาชีพ เราสามารถส่งเสริมให้เป็นเกิดเป็นกลุ่มที่เรียกว่า สตาร์ทอัพใหม่ๆได้ สตาร์ทอัพดีมีเงินทุน ตรงนี้เป็นการอนุมัติมีวินโดว์เกิดให้แล้ว สามารถทำให้เขาอนุมัติให้เกิดการเข้าแหล่งเงินทุนให้มากขึ้นกว่าเดิม แน่นอนที่สุดสำหรับกลุ่มน้องๆที่อยู่ในวัยตรงนี้เราต้องขอให้ส่งเสริมต้องมองว่า วันนี้อย่ามองแค่ตัวเอง ยังมีคนที่เกี่ยวข้องอยู่ ยังมีครอบครัวยังมีผู้สูงอายุ ยังมีพ่อแม่พี่น้อง สังคมไทยยังให้ความสำคัญในเรื่องตรงนี้ ดังนั้นต้องมองไปยังสวัสดิการอื่นๆที่พลังประชารัฐมีให้กับกลุ่มครอบครัวและหลายๆกลุ่มที่เป็นพี่น้องคนไทยร่วมด้วยกัน เพราะฉะนั้นไม่ได้มองแค่ตัวเอง แต่ต้องมองที่สังคมและมองที่ประเทศชาติ

“เพื่อไทย” ชู เงินกู้คนรุ่นใหม่

นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทางพรรคมีนโยบายที่เข้ามาดูแลน้องๆคนรุ่นใหม่ได้หลายนโยบาย ที่ผ่านมาเรามีนโยบายในการทำตั้งแต่ศูนย์การเรียนรู้ทีเคปาร์ค หรือศูนย์การออกแบบอย่าง TCDC ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาใช้ร่วมออกแบบอนาคต ทำงานของตัวเอง แต่ ณ วันนี้นโยบายนั้นก็ไม่ได้ถูกสนับสนุนและพัฒนาเท่าที่ควร พอพูดถึงนโยบายคนรุ่นใหม่ ณ วันนี้ที่พรรคเพื่อไทยได้เข้ามาดูแลคนรุ่นใหม่ทั้งหมด แน่นอนหนีไม่พ้นในเรื่องของการสร้างงานใหม่ วันนี้มองไปหลายที่ได้เห็นน้องๆเพื่อนๆหลายๆท่านที่ทำมาค้าขายออนไลน์ ทั้งผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านไอจีอินสตาแกรมต่างๆ แต่วันนี้หน่วยงานภาครัฐไม่มีการสนับสนุนเท่าที่ควร อันดับหนึ่งขาดแหล่งทุนกับธุรกิจใหม่ๆเป็นสิ่งสำคัญมาก

พรรคเพื่อไทยมีนโยบายในการที่จะสร้างเถ้าแก่รายใหม่ คือหาแหล่งเงินทุนให้แก่เขาสามารถกู้เงินได้เป็นเหมือนธนาคาร SME ย่อยๆ ให้เขาได้ทำธุรกิจของเขา เอาประสบการณ์ของเขา ได้ทำมาค้าขายได้ แต่แหล่งเงินทุนไม่เพียงพอที่จะดูแลคนรุ่นใหม่ได้ ให้ได้มีอาชีพที่มั่นคงได้ เพราะว่าวันนี้เรามีนโยบายในการทำให้พลเมืองไทยเป็นเหมือนพลเมืองโลก เราไม่ได้แข่งค้าขายเฉพาะภายในประเทศ เราสามารถส่งออกไปค้าขายประเทศอื่นๆได้ ฉะนั้นเช่นเดียวกันเราสามารถนำของจากต่างประเทศเข้ามาขายในเมืองไทยได้ มาซื้อในเมืองไทยได้เหมือนกัน ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้สามารถส่งออกสินค้าของตัวเองได้ มีนโยบายที่ทำให้เขาสามารถทำมาหากินได้ สตาร์ทอัพ  SME เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากเสมอ แล้ววันนี้ผมเชื่อว่า ไม่มีใครสนใจคนรุ่นใหม่เท่าที่ควร แล้วเราอยากจะเอาโอกาสนี้มาช่วยเหลือคนรุ่นใหม่ที่เป็นเถ้าแก่ใหม่ให้ได้

“ประชาธิปัตย์” ชู Gov Tech กระจายรายได้

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พบว่าคนรุ่นใหม่มีเรื่องตรงประเด็นอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกเอาเงินจากไหน เรื่องที่ 2 เขาได้อะไร เรื่องแรกเราใช้เงินทั้งหมด 390,000,000 บาท อยู่ในกรอบวินัยทางการคลังทั้งสิ้น ปกติแล้วในกรอบวินัยทางการคลัง เขาบอกว่าจะต้องมีเวลาส่วนต่างการขาดดุล จะต้องอยู่ในกรอบเท่านั้น คือ 20% ของงบประมาณรายจ่าย บวกกับ 80% ในการชำระคืนเงินต้นอยู่ในกรอบทั้งสิ้นเลย แล้วแหล่งรายได้ต้องเก็บภาษีจากคนรวยมาให้คนจน เก็บภาษีอะไรบ้างจากคนรวย ภาษีเรื่องหุ้น ภาษีเรื่องที่ดิน เพราะคนไม่ได้รวยจากเงินเดือน เพราะบอกให้สบายใจว่า ไม่กระทบคนชั้นกลาง และคนจ่ายเงินเดือน ทีนี้ถามว่าคนรุ่นใหม่ได้จากอะไรบ้าง มีอยู่เรื่องนึงที่ประชาธิปัตย์จะทำคือ Gov Tech หรือ goverment technology ผมรับราชการครั้งแรก เงินเดือนไม่ถึง 10,000 บาท แต่ตัดสินใจเป็นข้าราชการแล้วมาสอนหนังสือ แต่ถ้าขณะนี้ถ้าบอกให้มารับราชการอีก น้องๆหลายคนอาจจะบอกว่าเงินเดือนไม่พอแล้ว ทำยังไงดี Gov Tech

ทั้งนี้ประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนนโยบายในการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ น้องๆที่เรียน Tech จบมาสามารถที่จะเข้ามาทำงานได้ ยกตัวอย่างเช่น แอพพลิเคชั่นต่างๆจำเป็นไหมที่ต้องไปรอคิวทุกเช้า ถ้าใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัว เรียกตัวมาก็ได้แล้ว จำเป็นไหมโรงพยาบาลจะต้องกลับมากรอกประวัติทุกครั้ง ใช้แอพพลิเคชั่น แล้วโอนข้ามทรานเฟอร์ข้ามโรงพยาบาลก็ได้แล้ว ทำไมทั้งประเทศไทยทำไม่ได้ ทำไม่ได้เพราะระบบการจัดซื้อจัดจ้าง เราไม่เปิดโอกาสให้ Gov Tech หรือ government technology มันเข้ามา คราวนี้ถ้าเปิด น้องๆรุ่นใหม่ๆ สามารถที่จะบิดงานหลวงงานรัฐเข้ามาได้ น้องได้ช่วยหลวงด้วย ช่วยรัฐด้วย ใขณะที่มีเงินเข้ามาด้วย นี่คือการที่จะทำให้รายได้ใหม่ประเภทนี้เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าน้องๆรุ่นใหม่ๆจะมีช่องทางทำมาหากินอีกเยอะเลย ถ้ารัฐโปร่งใสมากขึ้น และ Tech จะเป็นตัวช่วย”

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ