กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้ติดตามสถานการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด19 โดยพบว่า ช่วงที่มีการล๊อกดาวน์ เกิดการเปลี่ยนแปลงบนพื้นโลกที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนจากภาพดาวเทียม นั่นคือ ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ที่เกิดจากการคมนาคมขนส่งและยานพาหนะ เช่น มลพิษจากท่อไอเสียของรถยนต์ มีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ภาพจากดาวเทียมเทียบชัด “ภาพคลองเวนิสอิตาลี” ก่อนหลัง โควิด-19
ภาพจากดาวเทียม Ozone Monitoring Instrument (OMI) ที่ติดตั้งบนดาวเทียม Aura ของ NASA สามารถตรวจวัดค่า NO2 หรือ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ หนึ่งในตัวชี้วัดคุณภาพอากาศ
ที่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลง โรงงานอุตสาหกรรม การขนส่ง การเดินทาง เป็นต้น ซึ่งก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์มีศักยภาพสูงในการสร้างมลพิษจึงจัดว่าเป็นหนึ่งในก๊าซที่ทำให้เกิดมลพิษในอากาศและเป็นอันตรายต่อมนุษย์
โดยเทียบรายเดือนระหว่างปี 2019 กับ 2020 พบว่า ภาพรวมค่าเฉลี่ย NO2 ของปี 2020 จะน้อยกว่าปี 2019
โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเฉลี่ย NO2 ของเดือนเมษายน และพฤษภาคม 2020 ลดลงอย่างชัดเจน (ปรากฎสีน้ำเงิน) ซึ่งในช่วง 2 เดือนดังกล่าวเป็นช่วงที่ประเทศไทยใช้มาตรการ “ล๊อกดาวน์” อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมไปถึงเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุนในแต่ละภูมิภาคของประเทศ
และเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น มาตรการต่างๆ เริ่มมีการยืดหยุ่น ผ่อนคลาย และปลดล๊อกบางมาตรการ ทำให้ค่า NO2 ตั้งแต่หลังเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา เริ่มมีความใกล้เคียงกับค่า NO2 ในปี 2019
สำหรับการระบาดระลอกใหม่ในช่วงปลายปี 2020 แม้รัฐบาลจะไม่ประกาศล๊อกดาวน์ แต่ก็มอบหมายให้แต่ละจังหวัดกำหนดมาตรการต่างๆ ตามความเหมาะสม หลายๆกิจกรรมให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ค่า NO2 ในช่วงเดือนธันวาคมในปี 2020 ลดลงจากปี 2019 อีกครั้ง
สำหรับ NO2 และออกไซด์ของไนโตรเจน เป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจและความเสียหายต่อปอดหากรับเข้าไปแบบเฉียบพลัน และเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคเรื้อรังหากรับเข้าไปในระยะยาว และยังนำไปสู่การก่อตัวของ PM2.5 และโอโซน ซึ่งมลพิษทางอากาศที่มีบทบาทสำคัญต่อผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน