ภาพมุมสูงที่ทีมข่าวพีพีทีวีบันทึกบรรยากาศรอบเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะเห็นว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขณะนี้น้ำเต็มพื้นที่ ทำให้บริเวณอาคารระบายน้ำฉุกเฉิน หรือสปิลเวย์ เปิดประตูระบายน้ำทุกบาน เพื่อระบายน้ำต่อไปยังเขื่อนพระรามหก จ.พระนครศรีอยุธยา
นายอภิรักษ์ ศรีกุลวงศ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ ให้ข้อมูลว่า ที่ความจุน้ำในเขื่อนสามารถรับน้ำได้ที่ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ที่ 1014 ล้านลูกบาศก์เมตรแล้ว
นั่นหมายความว่า ปริมาณน้ำเกินความจุของเขื่อน ทำให้ต้องมีการระบายน้ำประมาณ 1200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
สำหรับการระบายน้ำส่งผลให้บริเวณชุมชนท้ายเขื่อนใน 6 พื้นที่ 2จังหวัด ได้รับผลกระทบ หนึ่งในนั้นคือตลาดน้ำโบราณบ้านต้นตาล ที่ขณะนี้น้ำเริ่มทะลักเข้าท่วมพื้นที่ตลาดชุมชนเกิน 50% ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เร่งขนย้ายสิ่งของออกนอกพื้นที่เพื่อป้องกันความเสียหาย และเตรียมเปิดพื้นที่ขายของในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ โดยใช้ลานวัดต้นตาลเป็นสถานที่ขายของแทน
ส่วนพื้นที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา และมักเป็นจุดแรกๆที่ได้รับผลกระทบเมื่อเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ เพื่อรับมวลน้ำจากภาคเหนือ โดยเฉพาะบ้านท่าทราย ตำบลบางหลวง จุดนี้นับเป็นวันที่ 3 แล้วที่ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำ หลังแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูง
โดยชาวบ้านบ้านท่าทราย ต้องขนของออกจากบ้าน เพราะขณะนี้น้ำเริ่มเพิ่มระดับขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากเมื่อคืนทีผ่านมา แนวกระสอบทรายที่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านทำเป็นแนวกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาแตก ทำให้น้ำเข้าท่วมในพื้นที่อย่างรวดเร็ว บ้านที่อยู่อาศัยบางจุดน้ำท่วมสูง 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องไปอยู่บ้านญาติ แต่บางส่วนมาใช้ชีวิตอยู่บนถนนสาย 311 ซึ่งอยู่หน้าปากซอยบ้านท่าทราย โดยจุดนี้ อบต.บางหลวง ได้จัดเตรียมเต็นท์พักอาศัยชั่วคราว รวมทั้งต่อไฟฟ้าไว้ให้ ขณะที่ชาวบ้านบอกตรงกันว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้ไม่ได้รุนแรง และไม่เยอะเหมือนปี 54
สำหรับการระบายน้ำของเคลื่อนเจ้าพระยาในวันนี้ พบมีว่าอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,775 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17 เมตร และระดับน้ำท้ายเขื่อนที่ 16 เมตร ส่วนพื้นที่ในอำเภอสรรพยา ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาแล้ว 6 ตำบล คิดเป็น 40 หมู่บ้าน หรือ 2500 ครัวเรือน
ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ น้ำที่จังหวัดนนทบุรีท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางกลุ่มเคลื่อนไหวขับไล่การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ซึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบต้องคุมตัวออกนอกพื้นที่ เดิมทีนายกรัฐมนตรี จะลงเรือที่บริเวณท่าน้ำนนทบุรี แต่ไม่ลงจุดนี้ คาดว่าเพราะมีกลุ่มผู้ชุมนุมมารวมตัวบริเวณท่าน้ำ และตะโกนไล่ มีผู้ชุมนุมบางส่วนปาน้ำปลาร้าและกระโดดถีบรถของคณะทำงานนายกฯ ที่มารอ
เมื่อเรือของคณะนายกฯ ผ่านจุดนี้ ได้มีการโบกมือทักทายสื่อมวลชนก่อนจะล่องเรือเลยผ่านไปและไปลงที่ ท่าเรือเกียกกาย