เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การกวาดน้ำ ทำความสะอาดบ้าน กลายเป็นกิจวัตรประจำวันในช่วงสายของแต่ละวัน ของชาวชุมชนมัสยิดท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพราะเป็นช่วงเวลาที่น้ำลง ชาวบ้านชุมชนนี้ อยู่ติดริมน้ำเจ้าพระยา ทำให้เมื่อน้ำเหนือไหลมามาก น้ำก็เอ่อท่วมพื้นที่
นายสุรศักดิ์ มะลิลี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ทุกปีน้ำจะท่วมถึงชานบันไดบ้าน แต่ปีนี้น้ำท่วมถึงพื้นบ้าน ทำให้ต้องขนของขึ้นด้านบน และ พื้นที่หน้าบ้านกลายเป็นสระน้ำให้เด็ก ๆ เล่นน้ำ
นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า บ้านของตนมี คนแก่ อายุ 70 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานทำให้การเคลื่อนที่ค่อนข้างลำบาก เมื่อรู้ว่าน้ำจะท่วมสูง จึงรีบย้ายผู้ป่วยและครอบครัวขึ้นไปใช้ชีวิตบนชั้น 2 ของบ้าน ตอนนี้พื้นที่ด้านหน้าไม่ได้ใช้งานอะไรเลย 4-5 วันที่ผ่านมา คอยทำความสะอาดพื้นที่อย่างเดียวในช่วงที่น้ำลด
ด้าน นายวารี ตานีสะนิ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ยอมรับว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านต้องติดตามข่าวสารผ่าน โทรทัศน์ และ ไลน์หมู่บ้าน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ แม้ปีนี้น้ำจะสูง แต่ก็ย้ำว่า ยังไม่เท่าปี 2554 เพราะ ตอนปี 2554 น้ำท่วมสูง เกือบ 2 เมตร ขณะที่ตอนนี้น้ำท่วมประมาณ 40-50 เซนติเมตร
ขณะที่ วันนี้ น.ส.อโรชา นันทมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเรียกส่วนท้องถิ่นประชุมร่วมกับกรมชลประทานผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำท่วมจะไม่หนักเท่าปี 2554 แต่น้ำอาจมากด้วยปัจจัยการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และทะเลหนุน ซึ่งจะเกิด วันละ 2 รอบ คือช่วง 05.00 และ 21.00 น. วันนี้ โดยถือเป็นเรื่องปกติของพื้นที่ใกล้น้ำที่จะได้รับผลกระทบทุกปี โดยจะต้องเฝ้าระวังจนกว่าจะสิ้นเดือนตุลาคมนี้
“ถ้าชุมชนที่อยู่ริมน้ำโดยหน้าน้ำฤดูน้ำหลาก ก็จะเป็นประจำอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าปีนี้อาจจะดูเหมือนสูงขึ้นนิดนึงด้วยความที่ช่วงนี้น้ำทะเลหนุนเดือนตุลาจะหนุนทั้งเดือนเลย และมีการปล่อยน้ำจากเชื่อนเจ้าพระยามา จากที่สุโขทัยท่วมที่ไล่ลงมา นครสวรรค์อะไรต่าง ๆ มีการปล่อยน้ำลงมาด้วย บวกน้ำทะเลหนุนด้วยมันก็เลยทำให้พื้นที่ตรงนี้ได้รับผลกระทบมากขึ้นนิดหนึ่ง” น.ส.อโรชา กล่าว
สำหรับภาพรวมการปล่อยน้ำ จากเขื่อนเจ้าพระยา ตอนนี้พบว่า การปล่อยน้ำค่อนข้างคงที่ คือ 2,771 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วน เขื่อนป่าสัก วันนี้ ตอน 06.00น. เช้า ปล่อยน้ำ 1,133 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อไหลมาถึงเขื่อนพระรามหก ปล่อยน้ำ 762 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขี่อนป่าสักรวมกัน ที่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา ก็จะไหลลงพื้นที่ตอนล่าง ปริมาณน้ำไหลผ่านที่อำเภอบางไทร วัดได้ 3,091 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าสูงแต่ก็ยังรับได้
ขณะที่ล่าสุดกรมชลประทานตรียมชะลอการปล่อยน้ำทั้ง 2 เขื่อน เพื่อช่วยให้สถานการณ์น้ำท่วมริมเจ้าพระยา เบาบางลง