"ผู้พันเบิร์ด" เทิดทูน "ในหลวง ร.9" เป็นดั่ง "สมเด็จพระนเรศวร" ทรงงานจนวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ผู้พันเบิร์ด" เทิดทูน "ในหลวง ร.9" เป็นดั่ง "สมเด็จพระนเรศวร" ทรงงานหนักเพื่อประชาชน จนวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ เผยเรื่องเล่า เมื่อครั้งกราบพระบรมศพ พบโต๊ะทรงงาน

พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เล่าว่า จากเรื่องเล่าหลังพระบรมโกศ เมื่อทราบความจริงทั้งหมด ยิ่งทำให้รู้ว่า ที่คิดว่ารู้นั้นรู้น้อยมาก ที่คิดว่ารักนั้นรักน้อยอยู่ ที่คิดว่าภักดีนั้นคงไม่พอ

"ผมเห็นโต๊ะที่ต่างไปจากงานพิธีตัวหนึ่ง ตั้งอยู่หลังหีบพระบรมศพ ก็ได้เรื่องดี ๆ เป็นกำลังใจ เรื่องนี้ผมได้รู้ว่า พระองค์ทำเพื่อคนไทยมาตลอดแม้ลมหายใจสุดท้ายของพระองค์ หลายคนที่ขึ้นไปถวายบังคมพระบรมศพบน แม้จะได้ขึ้นไปกราบเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ หลังจากที่รอต่อแถวเป็นหลายชั่วโมง เป็นวันก็มี

ยังทรง! โควิดไทยป่วยหลักหมื่นต่อวัน ยอด ATK อีก 3,498 มี 1 จังหวัดไร้คนป่วย

 

ผมและครอบครัวคือหนึ่งในคนที่ได้ไปซึมซับบรรยากาศครั้งนั้น เมื่อเดินก้าวเข้าไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผมได้พยายามเก็บภาพจำและนึกถึงความรู้สึกในช่วงเวลานั้นเพื่อเก็บไว้กับตัวเองให้ครบถ้วนที่สุด 

และเมื่อกราบเรียบร้อย เจ้าพนักงานให้เดินออกไปทางขวา และในระหว่างที่เดินออก ผมได้มองเห็นด้านหลังพระบรมโกศ ที่มีหีบพระบรมศพตั้งอยู่ พื้นที่บริเวณนั้นถูกจัดเป็นระเบียบ มีโต็ะตัวหนึ่งตั้งอยู่ เป็นโต๊ะที่แตกต่างจากงานพระราชพิธี เห็นมีของตั้งอยู่บนโต๊ะด้วย 

ด้วยความสงสัยเมื่อลงไปใส่รองเท้าเสร็จแล้วจึงถามกับเจ้าพนักงานและสืบค้นจากพี่ ๆ ที่รู้จักในภายหลังได้ความว่า โต๊ะนี้เป็นโต๊ะทรงงานของพระองค์ บนโต๊ะมีแผนที่ แว่นขยาย ดินสอ ใต้โต๊ะมีกระเป๋าหนังสือน้ำตาล 1 ใบ 

แผนที่บนโต๊ะนั้นเป็นระวาง จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เป็นฉะเชิงเทราเพราะว่าพระองค์กำลังวางแผนทำแก้มลิงเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณภาคตะวันออกในปี 2555 แต่พระองค์ประชวรเสียก่อน เลยไม่ได้กลับมานั่งโต๊ะทรงงานนี้อีก 

เหตุเพราะเมื่อปี 2554 น้ำท่วมหนักมากพระองค์กลัวว่าถ้าท่วมอีก เศรษฐกิจจะแย่ ประชาชนจะลำบากหนัก จึงพยายามวางแผนทำแก้มลิงให้ภาคตะวันออก

และภาพจำที่คนไทยคุ้นตาคือภาพที่พระองค์ออกมาประทับที่ระเบียงของ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อทอดพระเนตรระดับน้ำและการไหลของแม่น้ำเจ้าพระยา แสดงให้เราเห็นถึงความตั้งพระทัยอันแน่วแน่ในการที่จะแก้ไขปัญหาน้ำให้กับชาวไทยจนกระทั่งวันที่ พระองค์เสด็จสวรรคต 

ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้จึงทำให้ผมนึกย้อนกลับไปถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่พระองค์ทรงยกทัพ ขึ้นไปทางเหนือเพื่อที่จะไปปราบอังวะในปี 2148 แต่พระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน 

การสร้างความเป็นปึกแผ่นของแผ่นดินอโยธยาในตลอดรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นเฉกเช่นเดียวกับที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้กับประชาชนชาวไทย 
     
และหากจะเล่าเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงต้องเล่าผ่านสายน้ำครั้งหนึ่งเมื่อประเทศเกิดความแห้งแล้ง สิ่งที่พระองค์พระราชทานมาให้คือน้ำจากฝากฟ้าผ่านโครงการฝนหลวง เพื่อให้พื้นแผ่นดินมีความชุ่มชื้น หลังจากนั้นพระองค์ได้พระราชทานแนวคิดในการสร้างเขื่อนและฝ่ายชะลอน้ำ เพื่อให้น้ำเหล่านั้นไหลช้าลงน้ำจึงซึมลึกลงไปใต้ดินสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นแผ่นดินทั้งบนดิน และใต้ดินเมื่อดินมีความอุดมสมบูรณ์ 

แล้วจึงเกิดเป็นพืชพันธ์ธัญญาหารและป่าไม้ พระองค์ก็ได้พระราชทานแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำ พื้นที่ที่อยู่อาศัยเพื่อให้เกิดเป็นความมั่นคงในความเป็นอยู่ของประชาชนและการประกอบอาชีพหลังจากนั้น

เมื่อพวกเราได้สร้างหมู่บ้านตัดถนนขวางทางน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมโดยเฉพาะน้ำไหลเข้าท่วมในเขตเศรษฐกิจ พระองค์จึงได้ทำการบริหารจัดการน้ำผ่านโครงการแก้มลิงเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเหล่านั้นไหลเข้าท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจเรา จึงได้ใช้น้ำอย่างมีความสุขหลังจากที่ใช้น้ำกลายเป็นน้ำเสียแล้ว พระองค์ก็ยังตามมาแก้ไขปัญหาน้ำเสียผ่านโครงการกังหันชัยพัฒนาอีกด้วย 

เรียกได้ว่าพระองค์นั้นให้น้ำจากฟากฟ้าจนถึงตามมาบำบัดน้ำเสียให้กับพวกเรา โดยภาพที่แสดงการทรงงานเรื่องน้ำ ของพระองค์ที่อธิบายภายในภาพเดียวคือภาพที่ชื่อ "จากนภาผ่านภูผา สู่มหานาที"


     

เร่งคุมโควิด 3 สายพันธุ์ระบาดชายแดนใต้ ชง ศบค. เคาะผสมสูตร "แอสตร้า-ไฟเซอร์" 14 ต.ค.

ในเรื่องของเขื่อนนี้จะพูดว่าป้องกันน้ำแล้งแต่เพียงเท่านี้คงจะไม่ใช่ เพราะเรื่องของเขื่อนนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการน้ำของทั้งประเทศ เพราะนอกจากเขื่อนจะช่วยเก็บกักน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง ยังช่วยป้องกันน้ำท่วมและสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ดินอีกด้วย

แต่ปัจจุบันที่น้ำยังคงท่วมนี้ก็เป็นเพราะการตัดถนนและการสร้างหมู่บ้าน รวมถึงการบุกรุกพื้นที่ป่าเป็นสำคัญ นอกจากนี้ประโยชน์ของการบริหารจัดการน้ำคือการใช้น้ำจืดผลักดันน้ำเค็มที่หนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำด้วย นั่นหมายความว่าเป็นการรักษาสภาวะแวดล้อมป่าชายเลนและยังมีส่วนสำคัญกับเรื่องของการผลิตน้ำประปาในบริเวณจังหวัดที่อยู่บริเวณปากแม่น้ำอีกด้วย
     
ความเป็นนักปราชญ์ของพระองค์กี่ประการหนึ่ง คือพระองค์ยังเป็นผู้ที่นำหลักวิชาการที่ยากหลายหลักวิชามารวมกัน และคิดออกมาเป็นการปฏิบัติที่ง่ายเพื่อให้สามารถปฏิบัติได้โดยกว้างขวาง เช่น การขุดบ่อน้ำให้ลึก 5 เมตร มีที่มาจากการที่พระองค์ได้ทำการทดลองวิจัยและสังเกตว่าน้ำบนผิวดินนั้นจะละเหยวันละ 1 เซนติเมตร ในประเทศไทยจะมีฝนตก โดยเฉลี่ยประมาณ 50 วันและฝนจะไม่ตก 300 วัน

นั่นหมายความว่าถ้าเราขุดบ่อลึก 3 เมตร น้ำจะมีใช้ไม่เพียงพอตลอดทั้งปีนั่น เป็นที่มาของการที่พระองค์ได้ให้แนวคิดในการขุดบ่อมีความลึก 5 เมตร จึงจะเพียงพอต่อการใช้น้ำตลอดทั้งปี อันนี้กล่าวได้ว่าเป็นความอัจฉริยภาพและเป็นนักปราชญ์ในเรื่องน้ำอย่างแท้จริง

ยังทรง! โควิดไทยป่วยหลักหมื่นต่อวัน ยอด ATK อีก 3,498 มี 1 จังหวัดไร้คนป่วย
     
ในวันที่ 13 ตุลาคม 2564 ผมได้มารำลึกถึงพระองค์ที่อนุสาวรีย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้วยความรู้สึกในพระมหากรุณาที่คุณของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์นี้ มีความคล้ายคลึงกันในการทรงงานเพื่อแผ่นดินตลอดพระชนม์ชีพ ด้วยความกล้าหาญเสียสละอย่างแท้จริง

อีกทั้งภาพจำของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เสด็จมาที่ทุ่งมะขามหยอง บริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2555 เพื่อมาทอดพระเนตรทุ่งมะขามหย่องแห่งนี้ 

ซึ่งผมจำเนื้อความที่พระองค์ได้บอกว่าการที่น้ำท่วมทุ่งมะขามยองนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมชาติและท่วมทุกปีและก็เป็นประโยชน์ในการป้องกันการรุกรานจากฝ่ายข้าศึก ซึ่งถ้าสามารถเก็บน้ำที่ท่วมทุ่งมะขามหย่องนี้นำไปใช้ในหน้าแล้งก็จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก 

การเสด็จฯ ในครั้งนั้นเป็นภาพจำของประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะนั่นเป็นช่วงปลายของพระชนม์ชีพที่น้อยครั้งนักที่พระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินไปต่างจังหวัด และการเสด็จฯ ในครั้งนั้นฉลองพระองค์ในชุดทหารรบพิเศษ เฉกเช่นเดียวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ฉลองพระองค์ในชุดรบเพื่อออกไปทำการรบเช่นเดียวกัน"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ