นายสนธิญา สวัสดี นักกิจกรรมทางการเมือง เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เข้ายื่นหนังสือร้อง พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เพื่อขอให้สืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการสร้างและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ตัดต่อคลิปเอกสารเช็คธนาคารปลอม ระบุว่ามีเงินผ่านเช็คจำนวน 7 ล้านบาทเป็นค่าน้ำชาให้กับนายกรัฐมนตรี หวังทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้นำประเทศ
นายสนธิญาเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเพจสื่อสารออนไลน์ชื่อ “Goodd Dam” ได้โพสต์รูปเอกสารเช็คธนาคารจำนวน 1 ฉบับ พร้อมระบุข้อความชี้นำให้เข้าใจผิดว่านายกรัฐมนตรีรับเงินค่าน้ำชาจำนวน 7 ล้านบาท ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันและพิสูจน์แล้วว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารเท็จ และเพจดังกล่าวเป็นเพจปลอมที่กุเรื่องขึ้นมา โดยไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย
การเดินทางมาร้องเรียนต่อ ผบก.ป. ในครั้งนี้ ตนทำในฐานะประชาชนไทยตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 41 (1) (2) ประกอบมาตรา 50 เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศและเป็นตัวแทนคนไทย 70 ล้านคนในระดับสากล ไม่ได้เจาะจงระบุตัวบุคคลใดเป็นการเฉพาะ พร้อมยื่นข้อเรียกร้องให้ตำรวจกองปราบฯ ดำเนินการเร่งด่วน 4 ประเด็น คือ
- จี้ดำเนินคดีเพจต้นทางและมือแชร์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้เสียหายทางตำแหน่ง แจ้งความเอาผิดกับเพจต้นทางที่นำข้อมูลเท็จมาเผยแพร่ รวมถึงนักการเมืองและบุคคลที่ร่วมแชร์คลิปดังกล่าวทั้งหมด
- เอาผิด สส. ขาดวุฒิภาวะ ขอให้ ผบก.ป. ตรวจสอบดำเนินคดีต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทุกฝ่ายทุกพรรค ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รวมถึง สส.พรรคประชาชน หากพบว่ามีการนำคลิปหรือข้อมูลอันเป็นเท็จไปแชร์ต่อในระบบคอมพิวเตอร์ เนื่องจาก สส. เป็นตัวแทนประชาชน ต้องมีวุฒิภาวะและความระมัดระวังในการไตร่ตรองข้อมูล
- สอบเชื่อมโยงพรรคการเมือง ให้ตรวจสอบพรรคการเมืองซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัดของผู้สร้างคลิปเท็จดังกล่าว ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดหรือไม่
- ขยายผลเบื้องหลังทางการเมือง ให้สืบสวนเจตนาแอบแฝงทางการเมืองว่า การปล่อยข่าวปลอมใส่ร้ายครั้งนี้มีความเชื่อมโยงหรือหวังผลกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่
นายสนธิญากล่าวทิ้งท้ายว่า การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จึงขอให้กองบังคับการปราบปรามเร่งดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์) กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกรายต่อไป