คลิปวิดีโอที่นายสุริยสกุล สิงห์หฬ หรือ เชาว์ เจ้าของธุรกิจอีเว้นท์ในจังหวัดพิษณุโลกนำมาโพสต์ ในคลิปเป็นการพูดคุยกับหญิงที่อ้างว่าเป็นพนักงานบริษัททวงหนี้ ที่โทรมาบอกให้คุณเชาว์ไปแจ้งให้หญิงชื่อรจนา จ่ายหนี้ไปที่กู้ยืมไป ขณะที่คุณเชาว์พยายามจะบอกว่าไม่รู้จักหญิงชื่อรจนา พนักงานก็กลับกล่าวหาว่า เขาเป็นสามีของหญิงคนดังกล่าว และอ้างว่าตรวจสอบประวัติมาแล้วว่าอยู่ด้วยกัน
คุณเชาว์ เล่าว่า ครั้งแรกที่พนักงานบริษัทนี้บอกชื่อบริษัทที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า แมว...ก็รู้สึกว่า ไม่น่าเชื่อถือและสงสัยว่าจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีบริษัททวงหนี้ที่อื่นโทรมาทวงหนี้กับเช่นกัน แต่ครั้งนั้นชื่อลูกหนี้เป็นอีกคน ซึ่งเขารู้จักแต่ก็ไม่สนิท แค่มีเบอร์ไลน์ และครั้งนั้นพนักงานพูดไม่ชัดเหมือนไม่ใช่คนไทย ใช้คำพูดหยาบคายด่าทอ จนมาครั้งนี้ก็ถูกตามทวงหนี้ลักษณะเดียวกันอีก แต่ยืนยันว่าไม่รู้จักหญิงที่ชื่อนรจนา และภายหลังเขาได้ไปตรวจสอบชื่อบริษัทที่ขึ้นต้นด้วยแมว ...ก็พบว่าเป็นแอปพลิเคชั่นที่ปล่อยกู้จริง ๆ ซึ่งแต่ก็รู้สึกไม่ดีกับการถูกรบกวนแบบนี้ เพราะก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับลูกหนี้คนดังกล่าวแต่อย่างใด
“ถ้าเป็นบริษัทสินเชื่อก็มันก็ไม่น่าเชื่อถืออยู่แล้วอะครับ แล้วก็บวกกับพนักงานที่โทรมาด้วยก็คือมันไม่น่าใช่คอลเซ็นเตอร์ทั่วไปอะฮะ เรารู้สึกยังไงกับวิธีการที่เขาพูดกับเราคะมันดูเป็นแก๊งมิจฉาชีพที่อีกกลุ่มหนึ่งที่เอาไว้สำหรับหลอกลวงชาวบ้านที่ไม่น่าจะรู้เรื่องอะครับ พอเราเริ่มถามขึ้นเยอะ ๆ ถามไปเรื่อย ๆ ถามจนแบบว่า เราอยากรู้ว่าคุณรจนาคือใครมีตัวตนจริงไหมแล้วก็เบอร์ที่เขาพูดถึงเนี่ยว่ารู้จักกับเราเนี่ยเขามีเบอร์ติดต่อไหม เขาก็เลยบอกว่าคุณก็ไม่ต้องถามหรอกเพราะว่า เหมือนว่าเราเป็นสามีเขาอยู่ด้วยกันคุณจะถามกลับทำไม ในขณะคุณอยู่ด้วยกันคุณก็ถามเขาสิ เหมือนให้เราเป็นสามีคุณรจนา” คุณเชาว์ กล่าว
สำหรับแอปฯดังกล่าว เคยมีคนโพสต์ในโซเชียลโพสต์เตือนว่า ให้ข้อมูลการปล่อยกู้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อย่าง หญิงรายหนึ่งที่บอกว่า ได้ยื่นกู้เงินไป 1 หมื่น ซึ่งบริษัทบอกว่า ให้ชำระคืนภายใน 90 วัน แต่กลับได้เงินมาเพียง 1,500 บาท และทางบริษัทบอกให้ชำระคืนภายใน 5 วันพร้อมเงินต้นและดอกเบี้ย 2,035 บาท 49 สตางค์ อ้างว่าเสียค่าเพชร
ทีมข่าวตรวจสอบ พยายามหาข้อมูลของแอปฯนี้ แต่พบข้อมูลที่ระบุตัวตนของบริษัทไม่มากนัก โดยมีการระบุที่อยู่บริษัทว่าอยู่ที่ย่านรัชดา แต่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ และมีการระบุข้อมูลการปล่อยกู้ว่าคิดอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมรายปีคือ 20% ซึ่งผู้ที่กู้จะต้องโหลดแอปฯและกรอกข้อมูลไป
ส่วนประเด็นเรื่องการทวงหนี้ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ระบุว่า การทวงหนี้จะต้องทวงกับลูกหนี้เท่านั้น ตามพ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ .2558 ซึ่งกรณีไม่ใช่ลูกหนี้ ทำได้เพียงอย่างเดียวคือ สอบถามข้อมูล และห้ามเปิดเผยข้อมูลลูกหนี้โดยเด็ดขาดเว้นแต่บุคคลนั้นจะสอบถามก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีมีการข่มขู่ทำร้าย จะเข้าข่ายกรรโชก เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา คุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับตามประมวลกฎหมายอาญา 337