วันที่ 15 พ.ย. 2564 ที่วัดศรีราษฎร์ หมู่ 8 ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือ “ทนายโป้ง” ประธานชมรมทนายความจิตอาสาลงพื้นที่พบกับ ที่นางอำไพ และนายนพ จิตรรักมั่น คุณตา-คุณยายวัย 79 ปี ซึ่งเป็นชาวสวนที่ทำบุญบริจาคเงิน 1 ล้านบาทให้กับวัดศรีราษฎร์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อจะสร้างอุโบสถ แต่กลับไม่มีการก่อสร้างตามที่ตั้งใจไว้
คุณตา คุณยายทั้งสองคน จึงติดต่อกับ นายอานนท์ณัฎฐ์ เล็กเนียม อายุ 69 ปี ไวยาวัจกร วัดเพื่อจะขอเงินคืน ซึ่งก็ได้มอบเงินคืนให้เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อหน้าตำรวจ สภ.บางใหญ่ โดยต่างฝ่ายต่างจะไม่เรียกร้องดำเนินคดีกัน
แต่จู่ๆ เมื่อวานนี้ (14 พ.ย.) นายนพ และนางอำไพ กลับได้รับหมายศาลจังหวัดนนทบุรี คดีหมายเลขดำที่ พ.24 34/2564 ลงวันที่ 5 พ.ย.โดยทั้งสองคนถูก “นายอานนท์ณัฎฐ์” ไวยาวัจกร ยื่นฟ้องความผิด "ละเมิด หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาให้ชดใช้ค่าเสื่อมเสียชื่อเสียง" เป็นจำนวนเงิน 5 ล้านบาท โดยศาลนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์วันที่ 24 ม.ค.ปีหน้าทำให้ทั้งสองคนตกใจและเสียใจมาก
อัยการสั่งฟ้อง 4 ข้อหาฉกรรจ์ ศาลรับฟ้อง 'อดีตผู้กำกับโจ้' ส่อนอนคุกยาว ค้านประกัน
นายนพ บอกว่า เงินที่ได้คืนมา 1 ล้านบาทนั้น ก็นำไปบูรณะอุโบสถหลังเก่าของวัดศรีราษฎร์จนเสร็จ จำนวน 5 แสนบาท ส่วนอีก 400,000 บาท ก็นำไปทำบุญที่วัดลาดปลาเค้า จังหวัดสุพรรณบุรี เพราะตั้งใจทำบุญเพื่อสร้างกุศลในบั้นปลายชีวิต แต่กลับต้องมาเจอคู่กรณีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรม
ด้าน “ทนายโป้ง” บอกว่า เบื้องต้นได้สอบถามข้อเท็จจริงจากคุณตา-คุณยาย และชาวบ้านที่อยู่บริเวณวัดที่รู้เหตุการณ์ความเป็นมาเป็นไปโดยจะรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารและพยานบุคคลทั้งหมด เพื่อต่อสู้คดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กับทั้งสองคนว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ทางโจทก์กล่าวหา ซึ่งมีความมั่นใจว่าข้อมูลข้อเท็จจริง และหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอต่อสู้ได้แน่นอน.