อย่างที่รู้ ไข่ เป็นอาหารที่มีสารอาหารและคุณประโยชน์มากมาย ยังช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง และช่วยบำรุงสายตา บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ และเหมาะให้คนทุกเพศทุกวัยรับประทาน แม้ปัจจุบันราคาไข่ไก่ในท้องตลาด จะมีการปรับขึ้นลงตลอดเวลา แต่ถ้าเราไม่อยากจะซื้อไข่ไก่ทาน ก็มีวิธีง่ายๆ คือการเลี้ยง ไก่ เพื่อให้มันออกไข่ให้เรารับประทานแทน แต่ถ้าจะเลี้ยงไก่ไข่ จะมีวิธีอย่างไร และต้องเลือกสายพันธุ์ไหนมาเลี้ยง วันนี้เรามีวิธีเลือกสายพันธุ์ และการเลี้ยงมาบอกกัน
เสนอทบทวนนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ หลังราคาไข่ตกต่ำ
สายพันธุ์ ไก่ไข่ เรียกได้ว่ามีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ถ้าสายพันธุ์ ที่เกษตรกรนิยมนำมาเลี้ยงมี 3 สายพันธุ์ด้วยกัน ประกอบด้วย
1. ไก่โรดไทย (Rhode Thai)
เป็นไก่กึ่งเนื้อกึ่งไข่ ที่ถูกปรับปรุงสายพันธุ์ จนมีหงอนแบบ หงอนจักรขนาดกลาง มีรูปร่างค่อนข้างยาวและลึก เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนทั่วไปตามลําตัวมีสีน้ำตาลแดงเข้ม ขนปีกขนหางมีสีดําเหลือบเขียว ผิวหนังและหน้าแข้งมีสีเหลืองจัด ปากมีสีแดงเหลือง ตาสีแดง หงอนจักร 5 แฉก แผ่นหูมีสีแดง เปลือกไข่มีสีน้ำตาล ขนาดไข่ใหญ่ปานกลาง
สามารถเลี้ยงเพื่อใช้ประโยชน์ได้ทั้งเนื้อและไข่ ลักษณะประจำพันธุ์คือ มีขนสีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาล เปลือกไข่สีน้ำตาล ให้ไข่ฟองแรกได้เมื่ออายุประมาณ 168 วัน อัตราการให้ไข่ 94% ผลผลิตประมาณ 240 ฟองต่อตัวต่อปี
2. ไก่ไข่ไทยกรมปศุสัตว์ (DLD Layer Hen)
มีลักษณะประจำพันธุ์คือ ขนสีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลเข้ม ขนปีกสีน้ำตาล สร้อยคอสีน้ำตาลเข้ม หงอนจักรใหญ่สีแดงสด เหนียงสีแดงใหญ่ ตุ้มหูแดงมีสีขาวปนเล็กน้อย ผิวหนังและแข้งมีสีเหลือง ปลายหางมีสีดำ เปลือกไข่สีน้ำตาลอ่อน ให้ไข่ฟองแรกเมื่ออายุ 169 วัน ผลผลิตประมาณ 290 ฟองต่อตัวต่อปี
3. ไก่ไข่เล็กฮอร์นขาวหงอนจักร (Single Comb White Leghorn)
เป็นไก่พันธุ์แท้ มีลักษณะประจำพันธุ์คือ มีขนาดเล็ก ขนสีขาว เปลือกไข่สีขาว ไข่ดก ให้ไข่เร็ว เริ่มให้ไข่ได้เมื่ออายุ 4 เดือนครึ่ง ถึง 5 เดือน ผลผลิตประมาณ 300 ฟองต่อตัวต่อปี
วิธีการเลือกพันธุ์ไก่ไข่ สำหรับมือใหม่อาจเริ่มจากสอบถามผู้ที่มีประสบการณ์เพื่อนำมาเปรียบเทียบในการเลือกสายพันธุ์ไก่ต่อไป ซึ่งข้อคิดง่าย ๆในการเลือกสายพันธุ์ไก่มีดังนี้
1. เลือกไก่สายเลือดดีผ่านการคัดเลือกสายพันธุ์ขึ้นมาเป็นไก่ไข่โดยเฉพาะ มีลักษณะตรงตามพันธุ์
2. ผลิตจากฟาร์มที่มีมาตรฐานดี เชื่อถือได้
3. ให้ผลผลิตไข่สูง ยาวนาน ทน ไข่ฟองใหญ่ เปลือกหนา
4. มีอัตราการเลี้ยงรอดสูง แข็งแรง ทนต่อ สภาพแวดล้อมและภูมิอากาศของไทยได้ดี
วิธีการเลี้ยงไก่ มี 2 ลักษณะ
1. การเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย (Free-range system) หมายถึง ระบบการจัดการเลี้ยงไก่ที่ปล่อยให้ไก่ได้ออกมา ภายนอกคอกหรือโรงเรือนได้อย่างอิสระ โดยเป็นพื้นที่ที่มีหญ้า ปกคลุม 5 ตารางเมตร/ ไก่ไข่ 1 ตัว ส่วนพื้นที่ในโรงเรือน 1 ตารางเมตร/ไก่ไข่ 4 ตัว
สำหรับวิธีการนี้ ทำให้ไก่ได้อยู่ตามธรรมชาติ การคลุกฝุ่น การไซร้ขน การจิกกินพืช ผัก แมลง ทำให้ไก่มีความสุข อารมณ์ดี จึงเรียกว่า “Happy Chicken”
2. การเลี้ยงไก่ไข่แบบโรงเรือน
วิธีการนี้ โรงเรือนไก่ไข่ต้องมีความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันลม กันแดด กันฝน รวมถึงสัตว์อื่น ๆ เช่น นก แมว หนู และสุนัขได้ ทำความสะอาดง่าย อยู่ห่างจากชุมชนเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นรบกวน โครงสร้างควรเป็นคอนกรีต มีวัสดุรองพื้นคอก เช่น แกลบหนา 3-5 นิ้ว และควรมีรังไข่ 1 ช่อง ต่อแม่ไก่ 4 ตัว และประตูเข้า-ออก 2 ด้าน เพื่อหมุนเวียนปล่อยไก่ออกสู่แปลงอิสระ ทั้งนี้ หากมีโรงเรือนมากกว่า 1 หลัง แต่ละหลังควรเว้นระยะห่างกันมากกว่า 10 เมตร เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวกและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
สำหรับอาหารและน้ำ
ในช่วงที่ยังเป็นลูกไก่ ควรได้รับอาหารที่มีโปรตีนสูง กินแบบเต็มที่ โดยให้ครั้งละน้อย ๆแต่บ่อยครั้ง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ลูกไก่ได้กินอาหารสดใหม่ และกระตุ้นการกินอาหารได้มากขึ้น
ในส่วนไก่รุ่นสาว ควรได้รับอาหารที่มีโปรตีน ควบคุมอาหารให้ไก่ได้กินประมาณ 85% ไม่ควรให้มากเกินไป เพราะจะส่งผลให้ไก่ออกไข่เร็วเกินไป โดยวิธีให้อาหารไก่กินตั้งแต่เช้าจนถึงเวลา 15.30 นาฬิกา ให้แขวนถังอาหารขึ้น และปลดถังอาหารลงในเช้าวันรุ่งขึ้น
ในการเลี้ยงไก่ หรือสัตว์อื่นมักพบปัญหา และ โรคระบาดต่าง ๆ อาทิ โรคนิวคาสเซิล โรคหลอดลมอักเสบติดต่อ โรคอหิวาต์ไก่ และโรคฝีดาษไก่ ซึ่งสามารถป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคให้กับไก่ตามช่วงเวลา
ปีใหม่! วิ่งฟรีมอเตอร์เวย์ 5 วัน 3 เส้นทาง เริ่ม 30 ธ.ค.นี้
“บิ๊กตู่” ห่วงฝุ่นPM 2.5 สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา
เช็กมาตรการ เดินทางเข้าประเทศไทยหลัง ศบค.มีมติให้ปรับ เริ่มใช้ 16 ธ.ค.นี้
ที่มาข้อมูล
กองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ, สำนักงานเลขานุการกรม, สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิจิตร, สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์