เปิดใจหนุ่มสัก “ดาร์ธ เวเดอร์” ทับหน้า “ตูน” ลั่นรู้สึกเฉย ๆ แล้ว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หลังมีกระแสวิจารณ์กรณีตูนประกาศจะทำกิจกรรมวิ่งเพื่อหาทุนช่วยเด็กด้อยโอกาสได้เรียนต่อจนกลายเป็นดราม่า ล่าสุดมีคำชี้แจงจากทีมงานออกมาแล้ว ขณะที่โซเชียลแห่แชร์ภาพหนุ่มคนหนึ่ง ที่เปลี่ยนรอยสักเดิมที่เป็นใบหน้าตูน เป็น “ดาร์ธ เวเดอร์” ตัวละครร้ายใน “สตาร์ วอร์ส” ซึ่งเจ้าตัว ก็ออกมาเปิดใจเรื่องนี้

'ตูน' วิ่งฝ่าความหนาวที่ลำปาง กำลังใจล้น ยอดทะลุ900ล้าน

ทีมงานเคลียร์ดราม่า"ตูน วิ่งทำไม"

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2564 นายเบิร์ด เจ้าของรอยสัก เปิดใจกับทีมข่าวถึงสาเหตุที่สักรูปตัวละครดังกล่าวทับใบหน้าศิลปินชื่อดังอย่าง “ตูน บอดี้สแลม” นายเบิร์ด เล่าว่า เมื่อปี 2561 ตนเริ่มเข้าสู่วงการวิ่ง ตอนนั้นคิดว่าจะสักรูปรองเท้าไว้ที่แขนแต่รู้สึกแปลก ๆ และในช่วงนั้น “ตูน บอดี้สแลม” มีโครงการวิ่ง “ก้าวคนละก้าว” จึงรู้สึกอินกับโครงการนี้และตัดสินใจสักรูปใบหน้าพี่ตูนไว้ที่แขนข้างขวาแทนรูปรองเท้า

นายเบิร์ด ระบุอีกว่า จนช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีหลายกลุ่มได้รับผลกระทบ รวมถึงกลุ่มศิลปิน-นักร้อง ที่ได้ถูกสั่งปิดสถานบันเทิงไม่มีงาน  จึงรวมตัวกันไปยื่นหนังสือที่รัฐสภา แต่ไม่เห็นตูนออกมาพูด แสดงออก หรือให้กำลังใจคนอาชีพเดียวกัน ความชอบที่มีจึงลดลง  และเป็นส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจเปลี่ยนรอยสัก ซึ่งการสักรอบนี้ใช้เวลา 10 ชั่วโมง ค่าสัก 2,500 บาท นานกว่าที่สักครั้งแรก ที่ใช้เวลาเพียง 8 ชั่วโมง เพราะต้องรอให้สีแห้งและสักเพิ่ม 2 รอบ ส่วนเรื่องที่ตูนจะออกมาวิ่งอีกครั้ง ตนเพิ่งมาเห็นข่าวนี้หลังเปลี่ยนรอยสักไปแล้ว ส่วนตัวมองว่าการที่พี่ตูนออกมาวิ่งไม่ได้แก้ปัญหาอะไร ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลมากกว่า 

มันเป็นช่วงที่ศิลปินเขาออกมาเรียกร้องไปยื่นหนังสือที่รัฐสภากัน มีหลาย ๆ วงไป แต่ก็ไม่เห็นมีพี่ตูนไป ตอนแรกผมก็ยังไง แกจะออกมาพูดไหม ก็รอว่าเมื่อไหร่แกจะออกมาพูดอะไรสักหน่อยก็ได้ ผมรออยู่หลายเดือนจนมันน่าจะไม่ใช่แล้ว ผมก็เริ่มรู้สึกเฉย ๆ ไป ก็เลยเบื่อแล้ว อยากเปลี่ยนรอยสักแล้วก็ตัดสินใจโทรไปคุยกับช่างว่าอยากเปลี่ยนรอยสัก ตอนนี้ก็รู้สึกเฉย ๆ ไปแล้วครับ ไม่ได้อินเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” นายเบิร์ด กล่าว

 

ด้าน  ณวัฒน์ อิสรไกรศีล  ได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนี้ คล้าย ๆ กับที่คนในโซเชียลตั้งคำถามว่าโครงการนี้แก้ปัญหาไม่ตรงจุดหรือไม่ และหน้าที่ควรเป็นของกระทรวงการศึกษาและรัฐบาล เพราะแต่ละปีได้งบประมาณจากภาษีไปมหาศาล และมองว่าเด็กที่ลำบากไม่ได้มีเพียงแค่ 109 คน แต่ลำบากกันหลายสิบล้านคน หากจะช่วย อยากให้ไปบอกนายกฯ ให้แก้ปัญหาอย่างทั่วถึง 

 

ด้านเพื่อนร่วมวง อย่าง ‘โอม เปล่งขำ’ มือคีย์บอร์ดวงบอดี้แสลม ก็ออกมาโพสต์แสดงความเห็นดราม่าที่เกิดขึ้น  มีเนื้อหาว่า ในขณะที่สังคมนั่งถกเถียงกันว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ และการบริจาคไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไร และตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่ออกมาเป็นกระบอกเสียง แต่ข้อเท็จจริงคือ มีคนรอดตายจากเครื่องมือแพทย์ที่ตูนหาให้ได้จริง ซึ่ง1ในนั้นอาจเป็นคนใกล้ชิดของคนที่ด่าตูนในขณะนี้ และมีเด็ก ๆ ได้เรียนหนังสือจนจบ ม.6 อีกร้อยกว่าคน และเท่าที่ผ่านมาตูนก็ออกมาเป็นกระบอกเสียงส่งไปถึงทุกคนแล้วในแบบของตูนเอง พร้อมบอกว่าปัญหาที่เห็นคือปัญหาโครงสร้างเชิงนโยบายที่ไม่สามารถแก้ได้โดยคน ๆ เดียว และไม่สามารถแก้ได้ด้วยเวลาวันสองวัน

 

นอกจากนี้ยังมีโพสต์ของนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่โพสต์ถึงประเด็นนี้ ระบุข้อความบางส่วนว่า "การวิ่งของตูนเป็นเรื่องการกุศล จิตสาธารณะอย่างน้อยก็เป็นแบบอย่างที่ดีแต่กลับมีพวกชังชาติมาตำหนิ" พร้อมย้ำว่า ตูน เป็นไอดอลให้คนคิดดีทำดี ให้สังคมรู้จักการเอื้ออาทร ช่วยเหลือแบ่งปัน ซึ่งโลกนี้ไม่ใช่มีแค่ตูน ที่ไหน ๆ เขาก็ทำกัน

ล่าสุดทีมข่าวโทรศัพท์พูดคุยกับนายชายชาญ ใบมงคล ทีมงานมูลนิธิก้าวคนละก้าวและคนสนิทของตูน เปิดใจชี้แจงประเด็นต่าง ๆ โดยบอกว่ารับทราบถึงดราม่าที่เกิดขึ้น ยอมรับกระทบใจคนทำงานอยู่บ้าง โดยเรื่องที่คนมองว่าโครงการนี้แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ก็อยากบอกกับสังคมว่า ทางมูลนิธิก็มีการแสดงออกในแนวทางของตัวเอง

ส่วนที่มีคนวิจารณ์ว่า ตูนวิ่งทำไม นายชายชาญ ระบุว่า โครงการนี้ไม่ได้ให้ตูนหรือใครออกมาวิ่งเพื่อเรี่ยไรเงิน แต่เป็นลักษณะการชวนคนที่รักการวิ่งเพื่อเก็บระยะทางที่บ้านกันเอง ไม่ว่าจะเป็นวิ่งบนลู่หรือวิ่งในสวน แล้วส่งผลการวิ่งให้ทีมงาน หากใครวิ่งครบ 109 กิโลเมตร ก็จะมีรางวัลให้ ไม่ใช่วิ่งเรี่ยไรเงิน แต่จะนำค่าสมัครที่ได้ไปสนับสนุนทุนการศึกษาของเด็กที่ขาดโอกาสจริง ๆ และไม่ได้ช่วยแค่เด็ก 109 คน แค่เป็นชื่อโครงการเท่านั้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ