ที่จังหวัดอ่างทอง ประชาชนที่ใช้ถนนในพื้นที่ตัวเมืองอ่างทองต่างต้องหันมองรถที่มีลักษณะแปลกตา ทีมีนายวิเชียร เรือนไทย อายุ 70 ปี ขับขี่มาซื้อของในตัวเมืองอ่างทอง โดยรถคันดังกล่าวมีทั้งแผงโซล่าร์เซลล์ ทั้งด้านบนหลังคาและด้านหลังจำนวนมาก ทำให้ผู้สื่อข่าวต้องเข้าไปสอบถามถึงรถคันดังกล่าว
ลุงวิเชียร เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีอาชีพวิ่งเรือบรรทุก โดยมาจอดพักเรืออยู่ที่ท่าใน อ.ป่าโมก แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบประดิษฐ์และมีความคิดว่าในอนาคตน้ำมันจะมีราคาที่เพิ่มสูงขึ้น
จึงทดลองประดิษฐ์รถที่ใช้ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ด้วยการนำวัสดุเหลือใช้เช่นพวกมอเตอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในเรือมาดัดแปลง แต่ด้วยความที่ตนเรียนหนังสือจบแค่ชั้น ป. 4 จึงต้องลองผิดลองถูกและหาความรู้จากหนังสือต่างมาประยุกต์ จนสามารถทำรถได้สำเร็จ ซึ่งรถคันนี้สามารถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ โดยระบบไฟฟ้าไม่ต้องชาร์ตไฟบ้าน แต่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซล่าร์เซลล์ ชาร์ตเข้าแบตเตอรี่ และนำไปขับเคลื่อนระบบมอเตอร์ที่ดัดแปลงติดกับโครงรถ ทำให้สามาถทำความเร็วได้ถึง 40-50 กม./ชม. ซึ่งระหว่างที่ขับขี่ไปก็สามารถชาร์ตไฟเข้าแบตเตอรี่โดยตรงได้ขอเพียงให้มีแดดเท่านั้น แต่หากในช่วงเวลากลางคืนซึ่งไม่มีแดดหากไฟในแบตเตอรี่เหลือน้อยก็สามารถใช้ระบบน้ำมันที่ติดตั้งไว้เสริมได้ ซึ่งจากที่ทดลองใช้สามารถวิ่งไกลได้เท่าที่อยากไป ล่าสุดเมื่อเพิ่งจะวิ่งไปกลับถึงรังสิต จ.ปทุมธานี ระยะทางกว่า 200 กม.เลยทีเดียว
อยากจะบอกว่าทำไมเราไม่คิดทำรถไฟฟ้ากันออกมาใช้ เพราะรถที่ลุงคิดก็ลองผิดลองถูกจนสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี มีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบ ติดกล้องทั้งหน้ารถหลังรถครบ ซึ่งหากมีการประดิษฐ์ต่อยอดนำมาใช้ก็ไม่ต้องไปสนใจว่าน้ำมันจะแพงหรือถูกเพราะเราช้พลังงานจากธรรมชาติก็คือพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก ลุงวิเชียร กล่าวในที่สุด