ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปวิดีโอที่ลูกบ้านคอนโดถ่ายไว้ ในคืนหนึ่งที่ร้านนั่งดื่มนี้ เล่นดนตรีสดจนเสียงดังมาถึงคอนโดที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยจะได้ยินเสียงนักร้องกำลังร้องเพลง เสียงปรบมือ โห่ร้องของนักดื่มอย่างสนุกสนาน แต่กลับเป็นฝันร้ายของลูกบ้านที่นี่ เพราะหลายคนต้องทนอยู่ในสภาพนี้มานานหลายเดือนแล้ว
ด้านลูกบ้าน ที่อยู่ชั้น 8 และอยู่โซนข้างหน้าของอาคารติดริมถนน เล่าว่า อาศัยอยู่ที่นี่มา 2 ปีแล้ว ร้านนั่งดื่มร้านนี้ทั้งเสียงดัง และเปิดเกินเวลากำหนด
ช่วงแรก ๆ ที่มาอยู่เปิดประตูหน้าต่างไม่ได้ เพราะเสียงจากร้านนั่งดื่มจะลอดเข้ามาในห้อง โดยเสียงจะเริ่มดังช่วง 5 ทุ่ม ยาวไปจนถึงตี 2 ถึงจะเริ่มเงียบ ที่ผ่านมาเสียงเงียบไปบ้าง ในช่วงที่กทม.ไม่ให้ร้านนั่งดื่มเปิด เพราะโควิด-19 แต่หลังผ่อนคลายมาตรการตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เสียงก็เริ่มกลับมาดังเหมือนเดิม
โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ที่เสียงดังจนทนไม่ไหว จึงอัดคลิปก่อนจะปิดประตูหน้าต่าง มีเพลงดังกระหึ่ม และแม้จะปิดประตูหน้าต่างก็ยังมีเสียงลอดดนตรี และเสียงกรี๊ดลอดเข้ามา ส่งให้ทางร้านดู ไปฟังเสียงกัน เมื่อส่งคลิปดังกล่าวไปให้ร้านนั่งดื่มไปทางเพจของร้านนี้แล้ว ยังขอให้ทางร้านเห็นใจไม่เล่นดนตรีสดในที่เปิดโล่งแบบนี้ ตอนนี้ร้องเรียนทั้งเรื่องเสียงดัง และเปิดเกินเวลา จนแทบจะหมดแรงสู้แล้ว เพราะแจ้งร้องเรียนใครไปก็ไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งนี้หากยังเงียบไม่มีการเข้ามาช่วยแก้ไข ก็จะทำแบนเนอร์ขนาดใหญ่ติดหน้าคอนโด เป็นการแสดงออกเชิงลักษณ์
ขณะเดียวกันลูกบ้านคอนโดแห่งนี้ ยังยื่นคำขอ 2 แนวทางให้กับร้านนั่งดื่ม โดยขอให้ทำร้านแบบมีกระจกปิด หรือหากทำไม่ได้ก็ให้ย้ายร้านออกไปจากที่ชุมชนซะ
ทีมข่าวยังสำรวจร้านนั่งดื่มร้านนี้ พบว่า เปิดอยู่บริเวณริมถนนเจริญราษฎร์ ลักษณะเป็นร้านเปิดโล่ง มีเวที และมีเก้าอี้ตั้งอยู่จนเต็มร้าน เมื่อวัดระยะห่างจากร้านมายังคอนโดที่ได้รับผลกระทบ ผ่านกูเกิ้ลแมป พบว่า ระยะห่างอยู่ราว 120 เมตร โดยข้อมูลจากนิติคอนโด ระบุว่า คอนโดนี้มี 38 ชั้น 800 กว่าห้อง และห้องที่ได้รับกระทบมีทั้งหมด 40 ห้อง ส่วนใหญ่อยู่บนชั้นสูง และอยู่ฝั่งด้านหน้าที่ติดกับถนน
ด้านฝ่ายสิ่งแวดล้อมเขตเข้าตรวจสอบ พบร้านนั่งดื่มมีความผิดฐานประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต จำหน่ายอาหาร แสดงดนตรี ไม่ได้รับอนุญาต และสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษที่สน.วัดพระยาไกรแล้ว
ล่าสุด พ.ต.ท.กิตติ แก้วทินกร รองผู้กำกับการสน.วัดพระยาไกร ระบุว่า จากการตรวจสอบไม่พบร้านดังกล่าวเปิดเกินเวลาที่กำหนด และในวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน ได้นัดให้เจ้าของร้านเข้ามาให้ปากคำอีกครั้ง และเตรียมส่งฟ้องศาลในสัปดาห์หน้า
ทีมข่าวยังติดต่อไปยังร้านนั่งดื่มที่ถูกร้องเรียน ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ แต่ยอมรับว่า ที่ร้านเปิดกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง ตอนนี้เสียค่าปรับแล้ว และอยู่ระหว่างการยื่นขอใบอนุญาตอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้เจ้าของ กล่าวต่อว่า ไม่เคยเปิดเกินเวลา พอถึง 5 ทุ่มก็เลิก ส่วนการแก้ไขเรื่องเสียง ที่ผ่านมาไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามปรับลำโพงไม่ให้ไปอยู่ในทิศทางเดียวที่จะพุ่งมายังคอนโด เปลี่ยนลำโพงใหม่ แต่เสียงก็ยังลอย โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่เสียงดังหนัก ก็ได้ปิดร้านปรับปรุงไปเมื่อ 17-18 เมษายน ทั้งนี้หากจะให้ทำร้านแบบปิด ตามข้อเสนอของลูกบ้านคือ ทำร้านแบบปิด เป็นกระจก เพื่อกันเสียง ทางร้านก็มีนโยบายจะทำ แต่ต้องรอความชัดเจนเรื่องสัญญาเช่าพื้นที่ หากต่อสัญญาที่กำลังจะหมดได้ ก็จะทำร้านเป็นแบบปิด เพื่อกันเสียง