นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา พร้อมทีมงานสื่อมวลชนหลายสำนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบที่ตั้งของสำนักประหลาดโดยเปิดเป็นสำนักฤาษีปฏิบัติธรรม เป็นครั้งที่ 2 เพื่อทำการตรวจค้นกระท่อมไม้ชั้นเดียว มุงด้วยใบหญ้าคา ภายในมีข้าวของวางรวมกองสูงไว้
โดยทีมหมอปลา พาทีมงานเข้าตรวจสอบตามกระท่อมลูกศิษย์ของฤาษีเจ้าสำนักแห่งนี้ ก็จะพบกับโรงศพต่าง ๆ มากมาย ซึ่งภายในมีร่างผู้เสียชีวิต ตามจุดต่าง ๆ รวมแล้วกว่า 11 ศพ
เบื้องต้นจึงประสานให้เจ้าหน้าที่สาธารณะสุข ได้ทำการเคลื่อนย้ายศพทั้งหมดไปตรวจสอบแล้ว
หลังจากเมื่อวานเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเจ้าสำนักประหลาดอ้างตนเป็น “พระบิดา” ทราบชื่อภายหลังชื่อ นายทวี หนันลา หรือ “ฤาษีทวี” อายุ 74 ปี เป็นชาว จ.ขอนแก่น ซึ่งอ้างว่ารักษาโรคโดยวิธีการแบบแปลกประหลาดไม่ถูกสุขลักษณะ
ด้าน นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า สถานที่แห่งนี้เปิดเป็นลัทธิความเชื่อในกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง รักษาโรคตามคำกล่าวอ้าง เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากมีประชาชนร้องเรียนไปยังหมอปลาเพื่อร้องขอความช่วยเหลือว่ามีญาติเข้าไปรักษาในสำนักแห่งนี้แล้วหายตัวไปอย่างลึกลับ โดยอยากให้มาช่วยเหลือนำตัวกลับบ้าน
ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นจึงได้มีคำสั่งอายัดศพทั้ง 11 ศพ เพื่อส่งไปทำการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ถูกต้อง และพิจารณาข้อกฎหมายบุกรุกพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่ อบต. โดยแจ้งให้ผู้บุกรุกเร่งรื้อถอนโดยเร็ว รวมทั้งประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดำเนินการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากมีมูลความผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านพันตำรวจเอก วัฒนชัย จันทาทุม ผู้กำกับการ สภ.คอนสาร เปิดเผยว่า จากการตรวจพิสูจน์ศพทั้ง 11 ศพ เบื้องต้นพบว่าได้มีญาตินำหลักฐานมาแสดงเป็นใบมรณบัตร ซึ่งเป็นเพศหญิง 6 ศพ และเป็นเพศชาย 5 ศพ โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมทีมแพท์ว่าศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่
ส่วนการจับกุมตัวเจ้าสำนัก หรือ “พระบิดา” โดยเบื้องต้น แจ้งข้อหาบุกรุกพื้นที่สาธารณะ, ความผิด พรบ.ป่าไม้, ความผิด พรบ.ควบคุมโรคฯ เหตุไม่ใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกมิติ และหากพบกระทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
สำหรับพฤติกรรมของ ฤาษีทวี เป็นชายสูงอายุ รูปร่างผอม ผมยาว ซึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นพระบิดาของทุกศาสนา โดยมักจะให้ลูกศิษย์กินปัสสาวะ กินเสมหะ กินอุจจาระ รวมถึงขี้ไคล เพื่อเป็นยารักษาโรค รวมทั้งอ้างว่าถ้ากินยาเหล่านี้จะทำให้พอตายไปแล้วได้ขึ้นสวรรค์ ทำให้มีคนไข้ต่างเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อเข้ามาทำการรักษาที่สำนักดังกล่าว
จากการสอบถามหนึ่งในบรรดาลูกศิษย์ทราบว่า ได้ตัดสินใจมาศึกษาแนวทางความคิดและวิถีชีวิตที่อาศรมฤาษีแห่งนี้เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว มีพื้นที่ตั้งสำนักทั้งหมดประมาณ 50 ไร่ มีลูกศิษย์ชายหญิง อยู่ร่วมกันเกือบ 100 คน ซึ่งที่ผ่านมาทางพระบิดา ก็จะกล่าวให้ลูกศิษย์หรือผู้คนที่อยู่ร่วมกันในอาศรมแห่งนี้ ให้มีความเอื้อเฟื้อแบ่งปันและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ทั้งยังมีการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ โดยสมุนไพรพิเศษ ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครจะกินขี้ไคล หรือเยี่ยวของพระบิดานั้น ก็อยู่ที่ความสมัครใจ ไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใด