สรุปกฎหมาย “PDPA” สื่อทำอะไรได้-ไม่ได้ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สรุปกฎหมาย “PDPA” หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนตัว พ.ศ.2562 สื่อมวลชนทำอะไรได้-ไม่ได้ เช็กที่นี่

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมาย PDPA (Personal Data Protection Act) ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันเอกชนและหน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้รับความยินยอมนั้น

แต่สำหรับสื่อมวลชน ที่ต้องรายงานข่าว และตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งในบางครั้งไม่อาจขออนุญาตให้แต่ละบุคคลยินยอมได้หมด ในกฎหมายที่เพิ่งเริ่มบังคับใช้ใหม่นี้จะมีอะไรที่ทำได้ หรือไม่ได้ และมีข้อยกเว้นใดในการทำหน้าที่บ้าง

รู้จักกฎหมาย PDPA ต้องมีไว้ เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพ

4 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎหมาย PDPA หรือ พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล

นายเธียรชัย ณ นคร

ล่าสุดเฟซบุ๊ก สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ได้จัดรายการวิทยุรู้ทันสื่อในประเด็น “ทำข่าวอย่างไร ภายใต้ PDPA” เพื่อไขข้อสงสัยทั้งหมด มีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

นายเธียรชัย ณ นคร ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย PDPA ฉบับใหม่นี้สั้น ๆ ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้หน่วยงานใด ๆ ก็ตามนำข้อมูลของประชาชนไปใช้อย่างไม่เหมาะสม เช่น การนำข้อมูลส่วนบุคคลเอาไปทำการตลาด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เราได้รับโทรศัพท์จากใครไม่รู้ หรือได้รับสแปมเมล (Spam mail)

แต่สำหรับบุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้เป็นนิติบุคคล จะได้รับข้อยกเว้น เช่น ถ่ายรูปแล้วติดคนอื่นมาด้วย จะต้องดูที่เจตนาว่าต้องการไปรบกวนสิทธิ์เขาหรือไม่ หากไม่มีเจตนาจะทำให้เขาเสื่อมเสีย ก็ไม่เป็นไร เพียงแต่ถ้าเขาขอให้ลบ เราก็ลบออกเท่านั้น

ขณะเดียวกันสื่อมวลชนเอง ก็ได้รับการยกเว้น แต่ในการเก็บรวมรวมข้อมูล หรือเผยแพร่ออกไปนั้นจะต้องเป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ หรือเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นายเธียรชัย กล่าวอีกว่า ในการบังคับใช้กฎหมาย PDPA สำหรับสื่อมวลชนนั้น ยังไม่มีการระบุข้อบังคับเอาไว้อย่างชัดเจนมากนัก เนื่องจากการจะไปพูดแทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนคงเป็นไปไม่ได้ และคำนิยามของคำว่าสื่อมวลชน จะรวมถึงอาชีพยูทูปเบอร์ หรือนักข่าวพลเมือง ว่าเขาจะได้รับข้อยกเว้นในฐานะสื่อมวลชนด้วยหรือไม่ ก็ต้องให้องค์กรวิชาชีพกำหนดอย่างแน่ชัดอีกที

แต่ใจความสำคัญ คือ ใครที่บอกว่าตัวเองเป็นสื่อ อาจเป็นสมาชิกองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนหรือไม่ก็ได้ ก็ต้องทำงานตามภายใต้จริยธรรมสื่อ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และถ้ามีตัวเชื่อมอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกี่ยวพันกับองค์กรสื่อ สิ่งนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันตัวตนความเป็นสื่อของเขาอยู่แล้ว แบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้รับการยกเว้น และโดยปกติการทำงานของสื่อ จะทำตามจริยธรรมสื่ออยู่แล้ว โอกาสสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายจึงค่อนข้างน้อย” นายเธียรชัย กล่าว

ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร

ได้รับข้อยกเว้น ถ้าทำเพื่อสาธารณประโยชน์

ใช่ว่าสื่อมวลชนจะได้การยกเว้นทั้งหมด โดย ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ PDPA Thailand เลขาธิการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล บิสิเนท คอนซัลท์ จำกัด และประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาและทดสอบทักษะดิจิทัล (DDTI) กล่าวว่า สื่อมวลชนจะได้รับข้อยกเว้นเฉพาะการรายงานข่าว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนเท่านั้น ในส่วนของการบริหารธุรกิจ เช่น การมีระบบสมาชิก หรือมีการจัดอีเวนต์ จะไม่ได้รับข้อยกเว้น

ดร.อุดมธิปก กล่าวเสริมอีกว่า แม้ในการนำข้อมูลมาใช้ หรือเผยแพร่เพื่อประโยชน์สาธารณะ จะได้รับการยกเว้น แต่องค์กรสื่อเองจะต้องมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของแหล่งข่าว อันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของเขาด้วย อาทิ สื่อมวลชนจดข้อมูลแหล่งข่าวใส่กระดาษ พอเสร็จงานแล้วจะวางทิ้งขว้างไปเลยแบบนี้ก็ไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ความเข้มข้นของกฎหมาย PDPA นั้น หากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ดร.อุดมธิปก กล่าวว่า ตัวเองมองว่าความเข้มข้นของกฎหมายเท่า ๆ กัน แต่ฉบับใหม่ที่ประเทศไทยเพิ่งบังคับใช้นั้น ต่างจากฉบับแรก ๆ ตรงที่มีการเพิ่มโทษกฎหมายอาญาเข้ามา

โดย โทษอาญาของกฎหมายฉบับนี้จะอยู่ใน มาตรา 79 คือ การเก็บข้อมูลอ่อนไหวที่เก็บ แล้วเอาไปใช้จะทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลนั้น ๆ อาทิ เชื้อชาติ ศาสนา เป็นต้น และมาตรา 80 คือ การนำข้อมูลไปใช้ผิดประเภท หรือผิดวัตถุประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลให้ เช่น เขาให้มาใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่เราเอาไปใช้เพื่อประโยชน์ทางรายได้ เป็นต้น

สรุปบทลงโทษกฎหมาย “PDPA” ถ้าละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจะโดนอะไรบ้าง

นายระวี ตะวันธรงค์

ไม่ได้รับข้อยกเว้น หากหารายได้

ด้าน นายระวี ตะวันธรงค์ นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวถึงการมีกฎหมายใหม่ PDPA เข้ามาว่า เป็นเรื่องดี เพราะทำให้การหาข้อมูลข่าวสารและการได้มาของข้อมูลข่าวสารมีความเข้มข้มข้นขึ้น ซึ่งต้องระมัดระวังมากขึ้น เช่น เวลาสื่อจะขอสัมภาษณ์แหล่งข่าว ก็อาจจะต้องถ่ายเก็บตั้งแต่ตอนขออนุญาตเอาไว้ด้วย

ส่วนคำจำกัดความของสื่อมวลชนนั้น ในปัจจุบันสมาคมฯปรับตัวตามดิจิทัลมีเดียมาก ผู้ที่อยากเข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคมฯเพียงแค่ต้องเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นเจ้าของเว็บไซต์ แล้วเข้ามาขอคำปรึกษาจากสมาคมฯ เราก็จะมีคณะกรรมการพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

ใครที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯแล้ว คุณก็จะได้รับการยกเว้นจากกฎหมาย PDPA แต่คุณก็ต้องมีความรับผิดชอบทำตามนโยบายความคุ้มครองส่วนบุคคลเช่นกัน ส่วนยูทูปเบอร์ กรณีรับรีวิวสินค้า หรือโฆษณาสินค้า ซึ่งเป็นการหารายได้ ตรงนี้ก็ต้องขออนุญาตเขาทั้งหมด ขออนุญาตทั้งเจ้าของสถานที่ และคนอื่น ๆ ที่เดินเข้ามาก็ต้องเบลอด้วย ซึ่งในแง่ธุรกิจ กฎหมายนี้จะอ่อนไหวเยอะมากกว่าการบังคับใช้กับสื่อมวลชนที่รายงานข่าวเพื่อสาธารณประโยชน์” นายระวี กล่าว

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ