มีภาพจากกล้องวงจรปิด จับนาทีผู้ก่อเหตุทำทีว่ากดโทรศัพท์เพื่อโอนเงินให้กับร้านค้า แล้วโชว์สลิปปลอมให้พนักงานดูว่าได้โอนเงินแล้ว หลังจากนั้นก็ขนของขึ้นรถมอเตอร์ไซค์
นายเอกรัฐ สร้อยอินทร์ อายุ 42 ปี เจ้าของร้าน บอกว่า หลังจากผู้ก่อเหตุทำทีจ่ายเงินเสร็ต ตัวเองได้ตรวจสอบบัญชี ปรากฎว่า ไม่มีเงินเข้าบัญชี ทำให้รู้ว่าถูกโกงแน่นอน จึงไปแจ้งความที่ สน.ปทุมวัน และเปิดกล้องวงจรปิดดูรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายดู ก่อนนำไปโพสต์ให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าย่านนั้น เพื่อหาตัวคนร้าย
ต่อมาอีก 1 วันมีคนแจ้งเบาะแสว่า ผู้ก่อเหตุปรากฎตัวอยู่ย่านปทุมวัน จึงรีบเดินทางไป พอไปถึงเห็นคนร้ายตัวเองจะวิ่งเข้าไปจับ แต่คนร้ายกับควักปืนออกมาจากเอว ทำทีจะยิงขู่
เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงคนร้ายกลับฟ้องตำรวจว่า โดนทำร้ายจนคิ้วแตก ตำรวจจึงนำตัวไปสถานีตำรวจ พบว่า มีบัตรผู้ป่วยจิตเวช เจรจากับคนร้ายอยู่สักพัก เจ้าของก็เกิดความสงสาร จึงไม่ติดใจเอาความและไม่เอาสินค้าคืน ตำรวจจึงปล่อยตัวคนร้ายไป
แต่ ปรากฎว่า คนร้ายพกมีดมาที่ร้าน แล้วโวยวายจะเอาค่าทำแผลที่โดนตีคิ้วแตก เป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท แต่โชคดีที่ร้านปิดประตูอยู่ สักพักคนร้ายก็กลับไป จึงขอให้ตำรวจช่วยรีบจับคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วด้วย เพราะเป็นต่อภัยสังคม