พนง.JSL ร่ำไห้ร้องทนายเดชา จ่ายชดเชยแค่ 16%

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ถูกจับตามองอย่างมากสำหรับกรณีที่ บริษัท เจเอสแอล โกลบอลมีเดีย จำกัด ประกาศปิดตัวกะทันหัน พร้อมบอกเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก ทำให้หลายคนช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนล่าสุดวันนี้อดีตพนักงานเจเอสแอลฯ ได้เดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมกับทนายเดชา หลังถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และยังได้เงินชดเชยเพียงแค่ 16% ทำให้พนักงานหลายคนร่ำไห้อย่างหนักที่ถูกบอกเลิกจ้างกระทันหัน และยังมีการบังคับให้เซ็นเอกสารยอมรับสภาพอีกด้วย

ความอันอั้นของตัวแทนอดีตพนักงาน "บริษัท เจเอสแอลฯ" ที่ออกมาเล่าระบายความในใจ  ถึงความทุ่มเทในการทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะเรื่องราวความเดือดร้อนของตนเองหลังถูกบอกเลิกจ้างกะทันหันอย่างไม่เป็นธรรม

ซึ่งเธอบอกว่า มีการจ่ายเงินชดเชยเพียงแค่ 16%  ทำให้ถึงขั้นช็อก และรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แถมยังมีการบังคับให้เซ็นเอกสารยินยอมรับสภาพอีกด้วย

ซึ่งบริษัทแจ้งว่ามีเงินชดเชยให้ 16% (หรือคิดง่ายๆคือ เงิน 100บาท จ่ายแค่ 16บาท )  ซึ่งตอนที่ได้รับคำพูดเรื่องเงินชดเชยตอนประกาศปิดบริษัท พนักงานทุกคนเกิดอาการช็อกและเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริษัทเป็นบริษัทมีชื่อเสียง เป็นสื่อใหญ่ระดับตำนาน เราทำงานร่วมกันผ่านวิกฤตต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง , ฟองสบู่แตก , แม้กระทั่งโควิด ,

บริษัทขอความร่วมมือลดเงินเดือนเราก็โอเค ทุกคนไม่ปฏิเสธเพราะช่วยกันตลอด  แต่พอวันนึงเราเหมือนถูกเท สิ่งที่เราร่วมแรงร่วมใจกันมามันล้มตึงไป แล้วก็เทเราที่ 16% โดยที่เราทำอะไรไม่ถูก  ทำให้มีพนักงานบางรายถึงขนาดคิดสั้นอยากจะฆ่าตัวตาย เพราะมีหนี้สิ้นอยู่เป็นจำนวนมาก 

ด้านทนายเดชา  กิตติวิทยานันท์ ให้ความรู้ทางข้อกฎหมายว่า การที่ทางบริษัทฯ ไม่จ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างตามหลักเกณฑ์ ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 123 กรณีนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิการได้รับเงินอย่างใดอย่างหนึ่ง  และลูกจ้างมีความประสงค์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานฯ ซึ่งการที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง จะต้องจ่ายเงินชดเชยตามที่กฎหมายกำหนดทันที 

โดยเฉพาะกรณีนี้จะมีผู้เข้าข่ายความผิด 3 กลุ่ม คือ บริษัท, กรรมการบริษัทผู้มีอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจในการเลิกจ้าง และหากนายจ้างจ่ายเงินช้าจะโดนดอกเบี้ยร้อยละ 15% ต่อปี และหากสั่งให้จ่ายเเล้วไม่จ่ายจะโดนดอกเบี้ยทุกๆ 7 วัน หรือหากพบว่ามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินเพื่อไม่จ่าย ก็อาจโดนข้อหาฉ้อโกงเจ้าหนี้ได้อีก  กรณีนี้ตนเชื่อว่านายจ้างจะต้องจ่ายเพราะเป็นคดีอาญามีโทษจำคุก และหากศาลมีคำสั่งให้จ่าย ก็สามารถไปบังคับคดีจนถึงขั้นยึดทรัพย์ได้

เบื้องต้นทนายเดชา ให้คำแนะนำว่าผู้เสียหายควรไปยื่นต่อพนักงานตรวจแรงงานก่อน เพื่อเรียกร้องเงินชดเชยเลิกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด โดยในวันพรุ่งนี้ ( 4 ก.ค.)จะพาทุกคนไปร้องที่พนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งเจ้าพนักงานจะมีเวลาสอบสวนวินิจฉัยใน 60วัน และสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินชดเชยภายใน 30 วัน  ถ้าไม่จ่ายก็จะสามารถดำเนินคดีอาญาได้ทันที 

ส่วนการฟ้องศาลแรงงาน กรณีที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งจะต้องฟ้องแยกอีกส่วน นายเดชาจะช่วยเหลือทางคดีต่อไป  

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ