คุณสุธาสินี บุญสมบัติ ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้าน”หวานดำรงค์” เลือกที่จะลาออกจากงานประจำที่มีรายได้สูงถึง 6 หลักต่อเดือน เพื่อมาสานต่อธุรกิจขนมไทยโบราณของที่บ้าน โดยสูตร และกรรมวิธีขั้นตอนการทำต่างๆ นั้นได้รับการส่งต่อมาจากรุ่นคุณย่าและคุณป้า ซึ่งการทำขนมไทยโบราณไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยใจรักและประสบการณ์ในการทำ ต้องค่อย ๆ สะสมจนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญ จึงจะทำให้ขนมนั้นมีรสชาติที่ดีและน่าทาน
ปัจจุบันการทำขนมไม่ว่าจะเป็นขนมไทย หรือเบเกอรี่ ผู้ประกอบธุรกิจมักจะนำเครื่องจักรเข้ามาใช้แทนแรงงานคน เพราะสามารถประหยัดเวลา รวมทั้งเพิ่มการผลิตให้ได้จำนวนมากตามที่ต้องการ
แต่สำหรับขนมไทยหวานดำรงค์ เลือกที่จะไม่ใช้เครื่องจักร แต่จะใช้แรงงานคน เพราะเชื่อเรื่องความปราณีต ประสบการณ์ และต้องการคงกรรมวิธีการผลิตแบบโบราณไว้ทุกขั้นตอน จึงทำให้การผลิตในแต่ละวันค่อนข้างจำกัด
ต้องบอกว่าขนมไทยโบราณที่ยังคงกรรมวิธีและขั้นตอนการทำแบบเดิม ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นแบบนี้ หาทานไม่ได้ง่าย ๆ นะคะ ซึ่งขนมที่ขึ้นชื่อและลูกค้าส่วนใหญ่มักจะซื้อทานคือ ขนมชั้น ตะโก้ เปียกปูน และวุ้นกะทิ ใครสนใจก็ลองไปที่ร้านหวานดำรงค์กันได้