น.ส.มาลี เอียดปู ชาวอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ถูกงูกะปะกัดบริเวณนิ้วก้อยของ จนทำให้แผลมีลักษณะเน่าเปื่อยเหมือนโดนน้ำร้อนลวก
เธอ เล่าว่า ในระหว่างที่เธอเข้าไปถอนหญ้าในไร่ขมิ้น เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา เธอรู้สึกเหมือนโดนหนามตำที่บริเวณนิ้วก้อยด้านขวา และรู้สึกปวดเป็นอย่างมาก กระทั่งก้มลงไปดูจึงพบงูกะปะตัวใหญ่นอนอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงมั่นใจว่าตนเองถูกงูกะปะกัดอย่างแน่นอน เพราะถอดถุงมือออกดู พบว่ามีรอยเขี้ยวงู ที่บริเวณนิ้วก้อย
จากนั้นจึงรีบไปโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา ปรากฏว่าเธอต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลสตูลนานถึง 4 วัน ซึ่งแพทย์ระบุว่าภายใน 2 – 3 วันนี้หากอาการยังไม่ดีขึ้น ก็จำเป็นจะต้องตัดนิ้วทิ้งเพื่อป้องกันการลุกลามของบาดแผล
สำหรับงูกะปะชนิดนี้เป็นงูกะปะสายพันธ์เดียวกับงูแมวเซา มีหัวเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม ลักษณะตัวลายสีเทาปรับตัวเข้ากับใบไม้หรือสถานที่อาศัยได้ง่าย งูชนิดนี้มีพิษร้ายแรงจนทำให้บริเวณกล้ามเนื้อเน่าเปื่อยได้ง่าย นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ที่เคยถูกงูกะปะกัดเต็มๆทั้งสองเคี้ยวจนถึงขั้นต้องตัดอวัยวะทิ้งเพื่อป้องกันการเน่าเปื่อยลุกลามของบาดแผล