สภาพต้นส้มโออายุ ไม่ถึง 1 ปี จำนวนหลายต้น ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพถูกน้ำท่วมเกือบถึงยอด คือ ส้มโอที่อยู่ภายในสวนของนายบุญเติม จันทร์ละมูล เกษตรกร ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลทรงคนอง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
นายบุญเติม บอกว่าสวนของเขาอยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน และในช่วงวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา น้ำได้ทะลักแนวกระสอบทรายเข้าท่วมสวนของเขา ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ อย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อนหน้าที่ทีมข่าวพีพีทีวี ได้ลงพื้นที่ทำข่าวที่สวนแห่งนี้เมื่อประมาณ 3 วันที่แล้ว
ซึ่งหากเทียบปริมาณน้ำกับครั้งนั้น ถือว่าระดับน้ำลดลงจากเดิมไปบ้าง เนื่องจากเขาได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 ตัว เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ เตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นฟู ซึ่งรายจ่ายในการฟื้นฟูสวนส้มโอเขาต้องดำเนินการเองทั้งหมด เนื่องจากจังหวัดไม่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย จึงไม่ได้มีเงินเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แม้แต่ยารักษาน้ำกัดเท้าก็ต้องหาซื้อเอง
โดยนายบุญเติม ไล่เลี่ยงค่าใช้จ่ายสำหรับการฟื้นฟูสวนส้มโอเบื้องต้นให้ฟังว่า ในการสูบน้ำออกจากสวนใช้น้ำมัน 1 ถัง ราคาประมาณ 800 บาท/สัปดาห์ ขณะที่ค่าไฟก็เพิ่มขึ้นเนื่องจากการใช้เครื่องปั๊มน้ำ โดยเดือนที่ผ่านมาค่าไฟขึ้นมาประมาณ 500 บาท และหลังจากน้ำลดลงแล้ว จะต้องซื้อปุ๋ยมาปรับสภาพดินใหม่ เพราะน้ำได้ชะล้างแร่ธาตุต่างๆ ไปหมดแล้ว โดยคาดว่าต้องลงทุนเรื่องปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีประมาณ 30,000 บาท
ส่วนกิ่งส้มโอ ที่จะนำมาลงใหม่ ต้องตอนจากต้นเดิม โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน กว่ากิ่งที่ตอนจะมีราก และพร้อมปลูกลงดิน จากนั้นต้องรออีกประมาณ 5 ปี ถึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่นับรวม ค่าแรงที่จะต้องใช้ในการดูแลต้นส้มโอ ในช่วงที่ยังไม่เก็บเกี่ยว รวมถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดน้ำท่วมในอนาคตอีก แต่ในเมื่อเป็นชาวสวนแล้วก็จะไม่ท้อ ขอสู้ต่อไป
นายบุญเติม ยังบอกว่าหลังจากน้ำแห้งแล้ว ต้องจ้างรถแม็คโคร มาเสริมแนวคันดิน เพื่อป้องกันน้ำท่วมซ้ำในปีหน้า ซึ่งค่าจ้างรถแม็คโคร 1 วัน ตกอยู่วันละ 8,000 บาท เพราะไม่อยากเจอเหตุการณ์เหมือนครั้งนี้ ที่เมื่อช่วง ปี 2564 ถูกน้ำท่วมแล้ว ยังไม่ทันที่ต้นไม้จะฟื้นฟู ก็ต้องมาตายลงก่อนเพราะถูกน้ำท่วม รวมถึงยังมีต้นกล้วย และต้นหมาก ที่ถูกน้ำท่วม จนทำให้เก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้เช่นกัน