ทีมข่าวพีพีทีวี ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าพฤติการณ์แก๊งมาเฟียจีน ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่เครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ มีการขยายอิทธิพลในหลายประเทศ ที่คุ้นเคยกันดีตามหน้าสื่อ คือ “กัมพูชา” มีการหลอกลวง-จ้างงานคนไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ แหล่งใหญ่อยู่ที่ “สีหนุวิลล์” ทำกันเป็นกิจลักษณะคืออยู่ในตึกแถว ภายในมีฝ่ายต่างๆ เหมือนออฟฟิศ รับหน้าที่สวมบทบาทเป็นคอลเซ็นเตอร์-ตำรวจ หลอกเงินคนทางโทรศัพท์
ต่างชาติครอบครองที่ดิน "ไม่ใช่ขายชาติ" พร้อมแก้ไขหากมีข้อผิดพลาด
หากหลอกเงินได้ จะได้ค่าคอมมิชชั่น เงื่อนไขแล้วแต่ แต่ละบริษัท ซึ่งช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ปรากฎเป็นข่าวอยู่เรื่อยๆ ส่วนเครือข่ายใน “ไทย” ไม่ได้ทำคอลเซ็นเตอร์โดยตรง แต่หน้าที่หลักคือเป็น “ฝ่ายบัญชี” ฟอกเงินให้ธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ ที่นี่คุมโดยแก๊ง 5 เสือ กระจายตามเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพ พัทยา ภูเก็ต หน้าที่หลัก คือ เปิดสถานบริการ ผับบาร์ หาบัญชีม้า ฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล สอดคล้องข้อมูลที่นายชูวิทย์ ออกมาให้ข้อมูลเมื่อวานนี้ ซึ่งมีการเปิดชื่อ เจ้าเหว่ย แห่งอาณาจักรคิงส์โรมัน ซึ่งอยู่เหนือแก๊ง 5 เสือชาวจีนในไทยอีกที
โดยพฤติการณ์ของกลุ่มนี้ เมื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินได้ จะมีการโอนต่อไปยังบัญชีม้า ผ่านหลายบัญชี จากนั้นจะเอาเงินไปซื้อสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ผ่านเว็บไซต์ที่เปิดให้แลกเปลี่ยนสกุลเงินแบบ P2P (ชื่อเต็มคือ peer-to-peer) คือแลกเปลี่ยนกันระหว่างบุคคลต่อบุคคลโดยตรง เพื่อฟอกเงิน กระบวนการเหล่านี้ ทำให้เงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกเปลี่ยนมืออย่างรวดเร็ว เลี่ยงการติดตามจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นเพียงส่วนนึงของธุรกิจผิดกฎหมายของแก๊งชาวจีน ยังมีเรื่องผับ บ่อน และยาเสพติด ซึ่งตำรวจกำลังกวาดล้างกันอย่างหนัก