เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ แถลงข่าวเปิดข้อมูลแฉทุนจีนสีเทา ภาค 2 โดยระบุว่า ครั้งนี้ว่าด้วยเรื่อง ทุนจีนใส่สูทปล้น เกี่ยวกับบริษัทที่มีเจ้าของเป็นคนจีน 100% แต่เข้าไปประมูลงานรัฐ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
นายชูวิทย์ ยกตัวอย่าง บริษัทเอช ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2543 จนปี 2565 ถือหุ้นโดยคนจีน 100% ถือเป็นบริษัทต่างด้าว แต่กลับพบข้อมูลว่า เข้าไปประมูลงานหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับมิเตอร์ไฟ และชนะประมูลเฉพาะในปี 2565 มีมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท
ครม.เคาะงบ “เยียวยาน้ำท่วม” สูงสุดครัวเรือนละ 7,000 บาท
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทต่างด้าว เข้ามาประมูลงานเกี่ยวกับมิเตอร์ไฟ อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยมาตรา 8 (3) ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีสาม เว้นแต่จะได้รบอนุญาตจากอธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ซึ่งบัญชีสาม ข้อ 9 ระบุว่า การทำกิจการบริการทางวิศวกรรม
สิ่งที่ผมพูดมีหลักฐานแน่นอน เพราะผมจะสอนให้น้องสันธนะฟังว่า หากจะเป็นนักแฉ การพูดต้องมีประโยชน์กับสังคม ก็ขอให้สื่อพิจารณาเองว่า สิ่งที่ผมพูดมีสาระไหม
นายชูวิทย์ กล่าวว่า กลุ่มทุนจีนใส่สูทปล้น เปรียบเสมือนเพลี้ย เหมือนแมลง เข้ามาในพื้นที่ สูบกินทรัพยากรจนแห้ง จากนั้นก็จะบินหนีไปที่อื่น สร้างความเสียหายและไม่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย นี่เป็นเพียงตัวอย่าง 1 บริษัทที่ตรวจสอบพบ และมีข้อมูลว่าเป็นคู่ค้ากับรัฐมาเป็นสิบปี
ปี 2565 บริษัทนี้มีรายชื่อกรรมการ 5 คนเป็นจีนทั้งหมด ผู้ถือหุ้นเป็นจีนทั้งหมด ถามว่าอย่างนี้รัฐบาลทำอะไรครับ ข้อมูลทั้งหมดจะส่งให้คนเดิม บิ๊กโจ๊ก บิ๊กต่อ แล้วขอถามต่อว่าจากนี้จะมีคนมาดูห้องส้วมผมอีกไหม มีใครที่เสียประโยชน์ เพราะอย่างนี้คือโจรจีนใส่สูทปล้น และมีหลายร้อยบริษัทที่เป็นจีนล้วนแบบนี้
นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า จากนี้จะนำเรื่องไปร้องเรียน ต่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป
เมื่อถามว่า กลุ่มจีนใส่สูทปล้นนี้รู้จักและเชื่อมโยงกับมาเฟียจีน 5 กลุ่มที่เคยออกมาแฉข้อมูลหรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า กลุ่มต่างๆ เหล่านี้รู้จักกัน แต่ไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงทางธุรกิจกันอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มนี้เชื่อมโยงอดีตรัฐมนตรีหรือไม่ นายชูวิทย์ ตอบว่า “ผมไม่อยากจะพูดไป การพูดโดยไม่มีข้อมูล ไม่มีหลักฐาน เท่ากับว่าไปใส่ร้ายเขา อย่างนายสันขวาน ไปพูดหน้า สน. ผมฟ้อง แต่ผมฟ้องในทางกฎหมายเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี”
ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณี นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล ได้มีการเคลียร์ปัญหากันแล้วหรือไม่ นายชูวิทย์ ตอบว่า “อย่างนี้เลยการพูดคุยแล้ว ผมขอยืนยันว่า นายคนนี้ไม่ได้รู้จักด้วย สมัยผมทำอาบอบนวดก็เหมือนกันก็พยายามโชว์ให้สื่อเห็นว่า เคยนอนคุยกัน โห นั่งคุยยังไม่เคยเลย เคยรู้จักครั้งเดียว สมัยผมเป็นนักข่าว ไปสัมภาษณ์ที่ดอนเมือง ที่เขาถอดเสื้อผ้าร้องไห้ ที่บิ๊กโจ๊กไปจับ ก็แค่นั้นเอง”