เมื่อช่วงดึกวันที่ 8 ก.พ. 69 หลังผลการเลือกตั้ง 2569 ออกมามีแนวโน้มแน่ชัดแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้คว้าชัยในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ หนึ่งในคนที่ออกมาเคลื่อนไหวคือ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โดยบอกว่า “น้ำเงินแลนด์สไลด์เพราะส้ม”
นายชูวิทย์ระบุว่า น้ำเงินแลนด์สไลด์เพราะส้ม พรรคส้มทำให้พรรคน้ำเงินเติบใหญ่ขึ้นมาเอง เหตุจากการวาง “กลยุทธ์ที่ผิดพลาด” น้ำเงินแลนด์สไลด์มาเป็นอันดับ 1 และทำให้พรรคส้มได้น้อยลงกว่า ปี 2566 อย่างที่ตนคาดการณ์
แถมด้วยพรรคกล้าธรรมที่เติบโตขึ้น เพราะได้ร่วมรัฐบาล 4 เดือนกับพรรคน้ำเงิน พลอยฟ้าพลอยฝนได้ไปด้วยก็เพราะพรรคส้มอีก
จากที่ “ฝ่ายเสรีนิยม” เป็นผู้ชนะเมื่อครั้งก่อน แต่พรรคส้มทำให้ฝ่าย “อนุรักษ์นิยม” พลิกฟื้นกลับมาแข็งแกร่งสุด ๆ ทีนี้เห็นฝีมือการเมืองเก่าหรือยัง ว่าเขาทำกันยังไง?
นายชูวิทย์บอกว่า พรรคส้มต้องเรียนรู้อีกมาก และตนเตือนด้วยความหวังดีเสมอ ประเทศไทยที่ “ยังไม่เปลี่ยน” ก็เพราะพรรคส้มฝันค้าง และคิดว่าตัวเองเก่ง ลำพองตัวกับคะแนนที่เพิ่มขึ้นในปี 2566 อย่างไม่คาดคิด แล้วส่งเด็กวานซืนไปสู้ สส. เขตกับบ้านใหญ่ จึงพากันล้มระเนระนาดอย่างที่ผมว่าไว้ ในพื้นที่เขตต่างจังหวัดที่บ้านใหญ่เตรียมตัวมาดี
ตนย้ำไปแล้วว่า ”พรรคส้มต้องโทษตัวเอง” การไปปากไวพูดว่า “ประสบการณ์เก่าแบบนั้น ทำให้บ้านเมืองฉิบหายมาถึงทุกวันนี้“ ไม่ได้ทำให้พรรคส้มชนะการเลือกตั้ง พรรคส้มต้องสั่งสมประสบการณ์อีกมาก เพื่อรับมือและพลิกเกมจากการเมืองเก่าให้ได้
นายชูวิทย์กล่าวว่า แล้วเที่ยวนี้อย่าไปโทษใครอีกนะว่า “เขาไม่ให้เราเป็นรัฐบาล” ต้องพูดว่า “เราไปทำเอาท่าไหน ทำไมไม่ได้เป็นรัฐบาลเสียที”
อดีตนักการเมืองเสริมว่า แล้วนี่ ป.ป.ช. จะลงดาบตามอีก เรื่อง 44 สส. เสนอแก้ ม.112 หันมองตัวเองและปรับปรุง วันหนึ่งจะเป็นวันของพวกคุณ ให้กำลังใจและเดินก้าวต่อไป ทางข้างหน้าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยขวากหนาม แล้วต่อไปอย่าเอาคะแนนที่ประชาชนเลือกไปเทให้ใครอีกนะน้อง
นายชูวิทย์ย้ำว่า พี่รักถึงเตือนน้อง แต่ยังกลับมาด่า ทีนี้เข้าใจกันหรือยัง? ว่า “อิทธิฤทธิ์“ ของการเมืองเก่าเก่งแค่ไหนเมื่อพลาดเพียงก้าวเดียว จึงบอกได้ว่า “น้ำเงินแลนด์สไลด์เพราะส้มเองแท้ ๆ” ไม่ได้เกี่ยวกับตนเลยสักนิด