กู้ภัย เผยโควิด-19 ดับรายวัน! เตือนปชช.การ์ดอย่าตก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หลังไทยเราผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 มาพักใหญ่ๆ แต่ช่วงนี้ดูเหมือนสถานการณ์จะกลับมาวิกฤตอีกครั้ง แถมทวีความรุนแรง หลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยโพสต์ ต้องคอยเก็บศพผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นรายวัน

เฟซบุ๊กคุณอัญวุฒิ โพธิ์อำไพ หรือ คุณยอด หัวหน้ารถกู้ภัยและรองฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิร่วมกตัญญู  ที่ออกมาโพสต์เตือนให้หลายคนระมัดระวัง ดูแลสุขภาพกันมากขึ้น หลังจากที่เขา และทีมกู้ภัย ต้องออกปฏิบัติการเก็บศพที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ระลอกล่าสุดแบบรายวัน ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา มากกว่า 15 ศพ หรือบางวันเสียชีวิตพร้อมกัน 5 ศพเลยก็มี ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่น่ากลัว

อย่าชะล่าใจ!! อาจเกิดภาวะลองโควิดได้หลังติดเชื้อประมาณ 2 เดือน

น้ำมันโลกขาลง ปัจจัยลบเพียบ โควิดระบาดจีน-กลุ่ม G7 หั่นราคากดดันรัสเซีย

 คุณยอด บอกว่า ผู้เสียชีวิตในการระบาดช่วงก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม 608 คือผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือน้ำหนักตัวมาก แต่เดี๋ยวนี้พบเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน หรือไม่ได้มีโรค ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยเหมือนกันคาดว่า หลายคนน่าจะชะล่าใจ การ์ดตก จากการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 การรักษาตอนนี้ก็เน้น Home Isolation บางคนซื้อยาทานเอง อาจรักษาไม่ตรงจุด มีอาการแทรกซ้อน หรือบางรายก็ไม่ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น เพราะคิดว่าไม่เป็นไร จึงอยากเตือนให้ทุกคนเฝ้าระวัง ดูแลตัวเองและคอยสังเกตคนรอบข้าง โดยเฉพาะเดือนหน้าช่วงเทศกาล เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น

ขณะที่วันนี้ 25 พ.ย. ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ก็พบ รปภ.วัย 43 ปี นอนเสียชีวิตปริศนาภายในป้อม รปภ.ของโรงงานแห่งหนึ่ง  ซึ่งตำรวจสภ.บางพลี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้เข้าตรวจสอบ เบื้องต้น พบว่าผู้ตายไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ

จึงนำชุดตรวจ ATK ตรวจเบื้องต้น ผลปรากฏว่าขึ้นสองขีดแดงเข้ม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกห่างจากที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งประสานทีมตอบโต้โควิดและชุดเฉพาะทางของมูลนิธิร่วมกตัญญู เก็บกู้ร่างพร้อมพ่นยาฆ่าเชื้อในที่เกิดเหตุ โดยแพคร่างในถุงซิบอย่างแน่นหนาถึงสามชั้นก่อนจะส่งร่างไปยังนิติเวช รพ.รามาธิบดีสมุทรปราการ

สอบถามพ่อ ของ รปภ.ซึ่งเข้าเวรด้วยกัน บอกว่าลูกเป็นคนแข็งแรงและขยันทำงาน ก่อนมาพบเป็นศพช่วงดึกที่ผ่านมา บอกว่าไม่ไหวแล้วรู้สึกหนาวสั่นคล้ายจะเป็นไข้จึงนอนพักและมานอนในป้อม ก็ไม่ได้เอะใจอะไรจนกระทั่งรุ่งเช้ามาเรียกลูกชายอีกครั้งแต่พบว่าตัวแข็งเสียชีวิตแล้วอย่างไรก็ตาม ต้องรอผลชันสูตร ที่แน่ชัดอีกครั้ง

แต่หากย้อนไปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า มีผู้เสียชีวิตหลายราย ซึ่งแม้จะยังไม่ทราบผลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิต  เบื้องต้นก็พบว่า ทั้งหมดติดโควิด เช่นกรณีที่ร่วมกตัญญูพบอาม่าวัย 91 ปี เสียชีวิตบนแท็กซี่ขณะนั่งแท็กซี่กลับบ้านหลังลูกสาวพาไปตรวจโควิดที่โรงพยาบาล ซึ่งให้ยากลับมาทานที่บ้าน

รวมถึงกรณีพนักงานชายบริษัทวัย 23 ปีเสียชีวิตในคอนโด ซึ่งพบว่า เคยได้วัคซีน3เข็ม เข็มสุดท้ายคือเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา หรือ 10 เดือนที่แล้ว กรณีชายป่วยติดเตียงวัย 83 เสียชีวิตในบ้าน โดยพบว่าลูกสาวมีประวัติติดเชื้อจากคนในบริษัท และลูกชายที่มาดูศพก็ตรวจพบว่าติดโควิดด้วย ล่าสุดวันนี้ ชายวัย 60 ปี เสียชีวิตในบ้าน และรปภ.วัย 43 ปี เสียชีวิตในป้อมยามโรงงาน

ด้านนพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ คาดการณ์ว่า  ยอดผู้ป่วยโควิดที่มีอาการหนักเข้าไอซียูจะเพิ่มขึ้น แต่คงไม่ถึงขั้นที่จะเกิดสถานการณ์เตียงเต็มเหมือนก่อนหน้านี้ เนื่องจากจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนในไทยมีมากขึ้น ช่วยบรรเทาความเร็วแรงของโรค

ส่วนสาเหตุที่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะมีสายพันธุ์ใหม่เข้ามา ซึ่งแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น คือสายพันธุ์ BA.2.75 จากอินเดีย

ซึ่งคาดว่าไม่นานจะเข้ามาแทนที่ สายพันธุ์ BA.4.5 ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนเกิน 4 เดือนแล้วไปรับเข็มกระตุ้น ในระหว่างที่รอวัคซีนสองสายพันธุ์ที่มีขายในต่างประเทศแล้ว แต่คาดว่าจะเข้าไทยในปีหน้า

รวมถึงเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง 608 ที่หากได้รับเชื้ออาจมีอาการหนักกว่าคนหนุ่มสาว ขณะที่คนหนุ่มสาวที่ได้รับวัคซีนหลายเข็มอาจมีอาการคล้ายหวัดธรรมดา แต่ก็ควรตรวจเอทีเค เพราะอาจนำเชื้อไปสู่ผู้สูงอายุ หรือ ผู้มีโรคประจำตัวได้

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ระบุถึง สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ เป็นไปตามฉากทัศน์ การคาดการณ์ของกรมควบคุมโรค ที่พบว่าการติดเชื้อในช่วงนี้ จะเพิ่มสูงขึ้น  สอดคล้องกับสถานการณ์การติดเชื้อจากทั่วโลกหลังจากที่มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆลง  โดยระบบสาธารณสุขไทยยังสามารถรองรับได้

การระบาด ยังคงเป็นในลักษณะ Small Wave โดย พบการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ร้อยละ10-20  แต่ไม่ได้พบในลักษณะของการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ รวมถึงผู้เสียชีวิตขณะนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 10 รายต่อวัน เป็นไปตามคาดการณ์ไว้ และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 สำหรับการระบาด หากตามคาดการณ์จะค่อยๆลดลง คือ ช่วงหลังปีใหม่

ส่วนแนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พบมีกลุ่มเสี่ยงเสียชีวิตที่บ้านปลัดกระทรวงสาธารณสุขระบุว่ายังใช้แนวทางการรักษาเดิมคือเป็นการรักษาผู้ป่วยนอกให้ผู้ป่วยกลุ่มไม่มีอาการรับยาและมารักษาที่บ้าน สำหรับผู้ที่เสียชีวิตก็จะต้องไปสืบหาสาเหตุการเสียชีวิตว่ามีปัจจัยโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่

ผู้ขับขี่รถยนต์รายหนึ่ง ถูกถุงลมนิรภัยระเบิดใส่ตอนเกิดอุบัติเหตุรถชน ผ่าตัดชิ้นส่วน แอร์แบ็ก ที่ฝั่งในหน้าอก หวิดเสียชีวิต

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ