จับแล้ว! 16 ตำรวจ-ดีเอสไอ ตบทรัพย์นับล้าน แก๊งทุนจีนสีเทาแลกปล่อยตัว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




"บิ๊กโจ๊ก"แถลงจับแล้ว ตำรวจ – ทหาร – ดีเอสไอ 16 ราย ตบทรัพย์นับล้าน แก๊งทุนจีนสีเทาแลกปล่อยตัวผู้ต้องหาแก๊งปลอมพาสปอร์ต ทั้งหมดปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้า กรณีตำรวจ 191 ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที สน.ทุ่งมหาเมฆ ที่แอบอ้างเป็นบ้านพักอดีตกงสุลนาอูรูประจำประเทศไทย แต่พบว่ามีคนจีนเข้าออกพลุกพล่าน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นชาวจีน ที่เป็นผู้ต้องหาตามหมายแดงของตำรวจสากลที่เกี่ยวข้องกับแก๊งปลอมพาสปอร์ต

ต่อมา มีรายงานว่าเงินสดของกลางได้หายไปจำนวนมาก และมีการเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาถูกจับกุม

คอตก! "แดรัล ยัง" หนีไม่รอด โดนรวบคาด่านขาออกสนามบินภูเก็ต

"นอท" แจงปมคดีฟอกเงิน ยันไม่รู้จักส่วนตัว "ดีเอสไอ" จ่อสอบเส้นทางการเงินเพิ่ม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ในทางทุจริต โดยก่อนหน้านี้ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมและบุคคลที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ รวมรวมพยานหลักฐานประกอบตามกรณีดังกล่าว

จากการสืบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสายตรวจ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พร้อมด้วยล่ามคนจีน ได้รับการประสานจาก สถานกงสุลนาอูรูประจำประเทศไทยในกรณีที่ นายโอนาซิส ซานริค ดาเม่ อดีตกงสุลนาอูรุประจำประเทศไทย เช่าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. แต่กลับมีชาวจีนเข้าออกบ้านหลังดังกล่าวจำนวนมาก จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ 

ต่อมา เจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวในวันที่ 22 ธันวาคม 2565 ผลการตรวจค้นพบชาวจีน 2 คน พร้อมด้วยคนงานในบ้าน มีทั้งชาวไทย จีน และเมียนมาอีก 6 คน รวมทั้งพบสุราต่างประเทศ และบุหรี่ซิการ์จำนวนหนึ่ง และยังพบเงินสดไทยจำนวนประมาณ 8 ล้านบาท 

หนึ่งในชาวจีนดังกล่าว คือ นายเหมา เติ้ง เผิง เป็นผู้ต้องหาตามหมายแดงของตำรวจสากล ในกรณีเกี่ยวข้องกับแก๊งปลอมพาสปอร์ตสัญชาติหมู่เกาะมาแชลและประเทศนาอูรู 

แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการปล่อยตัว โดยได้ให้ล่ามเป็นคนไปรับเงินจากตัวแทนของชาวจีนดังกล่าว ที่บริเวณปั๊มน้ำมันบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ จำนวนเงิน 4 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกตรวจยึดเงินสดจำนวนแค่ 2.5 ล้านบาท และส่งตัว น.ส.เซี่ยง หยาง ผู้ดูแลบ้านดังกล่าว พร้อมเงินที่ตรวจยึดให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งถูกดำเนินคดีในกรณีไม่พกพาหนังสือเดินทาง

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2566 เจ้าหน้าที่สืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมของกองกำกับการสายตรวจ ดีเอสไอ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 16 ราย ประกอบด้วย

1. นายตฤณ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้อำนวยการส่วนกลั่นกรองและการข่าวคดีพิเศษภาค
2. นายอนัน (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ
3. นายอดิศร (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ
4. นายอำนาจ (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ
5. นายศุภชัย (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ
6. ร.ต.อ.ณรงค์เดช (ขอสงวนนามสกุล)
7. ร.ต.ท.สุรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล)
8. ด.ต.สุภชัย (ขอสงวนนามสกุล)
9. ด.ต.ปกิต (ขอสงวนนามสกุล)
10. จ.ส.ต.จีระ (ขอสงวนนามสกุล)
11. จ.ส.ต.อรรถรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล)
12. จ.ส.ต.ธรรมนูญ (ขอสงวนนามสกุล)
13. จ.ส.ต.สิทธิพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล)
14. ส.ต.อ.ธวัชชัย (ขอสงวนนามสกุล)

โดยจะดำเนินคดีในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมีชอบ ,เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเพื่อจะช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหายทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

15. ส.อ.มนตรี (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
16. นายอู่ จิน หลง สัญชาติจีน ทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาจีนของ ดีเอสไอ

และ ดำเนินคดีในข้อหา สนับสนุนให้เจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ,สนับสนุนเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ,เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเพื่อจะช่วยเหลือผู้อื่นมีให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ดีเอสไอ ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้ว 16 นาย ซึ่งทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีหลักประกัน 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ดีเอสไอ ได้รับการประสานให้เข้าไปตรวจสอบบ้านพักอดีตกงสุลนาอูรู ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งซ่องสุมของชาวจีนที่มี่ส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย แต่เมื่อมีการตรวจค้นพบผู้ต้องหาแล้ว กลับมีการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ จึงได้สั่งการให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด หลังจากนี้จะทำการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ต้องหาที่หลบหนี นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ เปิดเผยว่า ในส่วนของตำรวจ 191 มีคนที่ถูกออกหมายจับ ฐานเรียกรับผลประโยชน์ รวม 9 นาย พร้อมแต่งตั้ง พ.ต.อ.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ เป็นประธานกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง 

พร้อมทั้ง มีคําสั่งให้ข้าราชการตํารวจ 9 นาย ย้ายไปปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการสายตรวจและ ปฏิบัติการพิเศษ และ ให้ขาดจากตำแหน่งเดิมทันที โดย 9 นายประกอบด้วย 

ร.ต.อ.ณรงค์เดช พิทักษ์ประชาชน 
ร.ต.ท.สุรินทร์ เอียดแก้ว 
จ.ส.ต.ธรรมนูญ จันทร์นวล
จ.ส.ต.อรรถรินทร์ วิริยะพันธ์ 
ด.ต.สุภชัย สุริยัพ 
ด.ต.ดร.ปกิต มูลเพ็ญ
จ.ส.ต.จีระ เลขะสันต์
จ.ส.ต.ธวัชชัย สายพันธุ์ 
จ.ส.ต.สิทธิพงศ์ ทวีสิน

Olympic2024_B Olympic2024_B

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ